เอ็กซิม แบงก์ เปิดตัว ‘เอ็กซิม พาวิเลียน’ ช่วยเอสเอ็มอีไทยส่งออกทางออนไลน์ผ่าน ‘อาลีบาบา’

เอ็กซิม แบงก์ เปิดตัว ‘เอ็กซิม พาวิเลียน’ ช่องทางให้เอสเอ็มอีส่งออกทางออนไลน์ ผ่าน ‘อาลีบาบา’ หนุนการค้าแบบนิวนอร์มอล พร้อมฟรีค่าสมาชิก 1 ปี

นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานกรรมการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เอ็กซิม แบงก์ เปิดเผยว่า จากการระบาดของโควิด-19 นั้นทำให้มีการเปลี่ยนทั้งชีวิตประจำวัน และเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ การหันมาพึ่งพาเทคโนโลยียิ่งขึ้น เป็นเหตุให้การค้าออนไลน์และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเดิมเติบโตอยู่แล้วอยางต่อเนื่องได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในอัตราปีละกว่า 20% ตั้งแต่ปี 2562 และคาดว่าในอีก 5-6 ปี ข้างหน้านี้ มูลค่าทางการค้าทางออนไลน์ในระดับโลก จะสูงกว่า 500 ล้านล้านบาท

ดังนั้น เอ็กซิม แบงก์ จึงริเริ่มให้มี เอ็กซิม ไทยแลนด์ พาพิเลียน (EXIM Thailand Pavilion) เป็นแพลตฟอร์มใหม่ของการค้าออนไลน์ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงได้ เป็นการช่วยย่นระยะทางและระยะเวลาการติดต่อธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อในต่างประเทศ ช่วยสร้างผู้ส่งออกรายใหม่ หรือผู้ส่งออกป้ายแดงของไทยได้มากขึ้นกว่าจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงไม่ถึง 1% จากจำนวนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั้งประเทศ 3 ล้านราย โดยมี เอ็กซิม แบงก์ ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลความรู้ เงินทุน ตลอดจนเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกรายใหม่สามารถค้าขายในทุกตลาดอย่างมั่นใจ มีความพร้อมด้านสภาพคล่องและได้รับความคุ้มครองกรณีไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ เอ็กซิม แบงก์ กล่าวว่า จากจำนวนผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทยที่มีไม่ถึง 1% ของทั้งระบบ ขณะที่ผู้ส่งออกไทยที่ค้าขายออนไลน์ระหว่างประเทศก็มีจำนวนน้อยมาก เทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน อาทิ เวียดนาม มีจำนวนผู้ส่งออกเอสเอ็มอี สูงถึง 10% ของเอสเอ็มอีทั้งประเทศ นับเป็นสัดส่วนสูงกว่าไทยถึง 10 เท่า และอีกทั้ง 30% ของเอสเอ็มอีเวียดนามค้าขายออนไลน์ระหว่างประเทศแล้ว จึงเห็นได้ว่า การค้าออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะในวิกฤตโควิด-19 ประกอบกับมีคนรุ่นใหม่ไม่สนใจงานแบบเดิม แต่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ ทำให้การค้าออนไลน์ของโลกในปี 2563 ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีจะเร่งรุกตลาดส่งออกออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและการใช้ชีวิตในรูปแบบวิถีใหม่

เอ็กซิม แบงก์ ได้ร่วมกับ อาลีบาบา (Alibaba) จัดทำโครงการ เอ็กซิม ไทยแลนด์ พาพิเลียน ขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางนำสินค้าไปขายบนแพลตฟอร์มการค้าระดับโลก เมื่อมีผู้ซื้อจากต่างประเทศติดต่อให้ความสนใจสินค้า ระบบจะทำการแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบผ่านช่องทางข้อความเอสเอ็มเอสและอีเมล์ทันที โดย เอ็กซิม แบงก์ เป็นผู้สนับสนุนค่าสมาชิก พร้อมจัดให้มีทีมงานบริหารร้านค้าและทำการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ฟรี 1 ปีเต็ม

“เอ็กซิม ไทยแลนด์ พาพิเลียน เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ เอ็กซิม แบงก์ ริเริ่มและพัฒนาขึ้น เพื่อสร้างทางรอดให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ เอสเอ็มอี มีช่องทางขายสินค้าผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก Alibaba.com สามารถเข้าถึงผู้ซื้อ จำนวนกว่า 26 ล้านราย ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน ของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซโลก สอดรับกับเมกะเทรนด์ของโลกที่เรียกว่า เน็กซ์ นอร์มอลในระยะถัดไป

“เอ็กซิม แบงก์ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้เอสเอ็มอีไทยสามารถเริ่มต้นส่งออก และขยายการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ช่วยสร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่สินค้าไทยในเวทีการค้าโลก” นายรักษ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กัมพูชา พบ ‘ลูกจระเข้สายพันธุ์ไทย’ ครั้งแรก มากถึง 8 ตัวในรอบสิบกว่าปี!
บทความถัดไปในหลวง พระราชินี พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคผู้ประสบอุทกภัย จ.ชัยภูมิ