ทางหลวงชนบท เล็งตัดถนนเชื่อมต่อนครอินทร์-ศาลายา หนุนแก้รถติดถนนกาญจนาภิเษก-บรมราชชนนี

กรมทางหลวงชนบท วางแผนดำเนินโครงการถนนต่อเชื่อมถนนนครอินทร์-ศาลายา มุ่งแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบนถนนกาญจนาภิเษก-บรมราชชนนี รองรับการเติบโตในพื้นที่ จ.นนทบุรี/นครปฐม

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสำนักก่อสร้างสะพาน เปิดเผยว่า ถนนนครอินทร์เป็นหนึ่งในโครงการถนนต่อเชื่อมสายติวานนท์ – เพชรเกษม – รัตนาธิเบศร์ (แนวตะวันออก-ตะวันตก) เปิดใช้เมื่อปี 2545 ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มเติมโครงข่ายให้สมบูรณ์ เสริมประสิทธิภาพเส้นทางคมนาคม พร้อมแก้ไขการจราจรติดขัดบนถนนกาญจนาภิเษก ถนนบรมราชชนนี รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม ตลอดจนเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ทช.จึงได้มีแผนที่จะดำเนินโครงการถนนต่อเชื่อมถนนนครอินทร์-ศาลายา จังหวัดนนทบุรี, นครปฐม ซึ่งเป็นโครงการตัดถนนแนวใหม่ ขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงชนบทสาย นฐ.5035 แนวเส้นทางวางตัวไปทางทิศตะวันออก ผ่านคลองตาพริ้ง ผ่านจุดตัดทางหลวงชนบทสาย นฐ.3004 ที่ประมาณ กม.3+500 ข้ามคลองนราภิรมย์ ตัดผ่านทางหลวงชนบทสาย นบ.5014 ข้ามคลองสามท้าวตัดทางหลวงชนบทสาย นบ.1001 ข้ามคลองจีนบ่าย ข้ามคลองขุนเจน โดยแนวเส้นทางจะอยู่ทางทิศเหนือของศูนย์พัฒนาชีวิตใหม่ และแนวเส้นทางจะเบี่ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ข้ามคลองลาดละมุด ผ่านทางหลวงชนบทสาย นบ.5035 ใกล้กับทางแยกเข้าวัดบางม่วง

จากนั้นแนวจะเบี่ยงไปทางขวาวางแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ข้ามคลองโสนน้อยตัดผ่านทางหลวงชนบทสาย นบ.1001 บริเวณซอยอินทนิล จากนั้นแนวจะเบี่ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านพื้นที่โล่งด้านหลังหมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ ข้ามคลองบางนาและคลองประปา ก่อนเบี่ยงขึ้นไปทางทิศเหนือผ่านพื้นที่ระหว่างหมู่บ้านมัณฑนากับอาคารโครงการบ้านเอื้ออาทรบางกรวย (วัดพระเงิน) โดยแนวเส้นทางจะอยู่ด้านทิศใต้ของวัดสุนทรธรรมิการาม ข้ามคลองหัวคู และเข้าบรรจบกับถนนกาญจนาภิเษกโดยเชื่อมทางแยกต่างระดับบางคูเวียง รวมระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร โดยแนวโครงการตัดพาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด
3 อำเภอ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 ตำบล และ 28 หมู่บ้าน/ชุมชน

ปัจจุบันได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา มีระยะเวลา 5 ปี โดย ทช.จะเข้าดำเนินการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกำหนดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นและจะของบประมาณในการจ่ายค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวเส้นทางต่อไป คาดว่าโครงการดังกล่าวจะใช้พื้นที่เวนคืนประมาณ 350 ไร่ อาคารสิ่งปลูกสร้าง 87 หลัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตรวจผลสลากออมสิน งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2564
บทความถัดไปผวา! เรือล่มกลางเจ้าพระยาอีกแล้ว เผยไม่ไกลจากจุดค้นหาเรือลากจูงจม (คลิป)