กลุ่มสมาคมแอลกอฮอล์ ชง ศบค.นัดหน้า ทบทวนเคอร์ฟิว เริ่มเที่ยงคืน ลุ้นฟื้นลานเบียร์รับหนาว

นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) /แฟ้มภาพ

กลุ่มสมาคมแอลกอฮอล์ ชง ศบค.นัดหน้า ทบทวนเคอร์ฟิว เริ่มเที่ยงคืน ลุ้นฟื้นลานเบียร์รับหนาว

นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) เปิดเผยว่า ได้มีการติดตามสอบถามธุรกิจร้านอาหารและอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น นักดนตรี พนักงานต้อนรับ เป็นต้น หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่อนคลายกิจการเพิ่มเติมและลดเวลาเคอร์ฟิวอีก 1 ชั่วโมง จากเวลา 21.00 น.-04.00 น เป็น 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันว่าการผ่อนคลายล่าสุดยังไม่มีนัยะสำคัญต่อรายได้หรือการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น แม้อนุญาตให้ร้านอาหารหรือภัตตาคารมีนักดนตรีให้ความบันเทิง แต่โดยปกติของความบันเทิงนอกบ้าน การฟังดนตรีจะไปพร้อมทั้งทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีนักดนตรีก็ยังไม่ได้จูงใจต่อการเข้ามาทานอาหารและเวลาที่เพิ่มก็เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น รายได้ต่อการขายก็ยังไม่ได้สูงขึ้นเท่าไหร่ ดังนั้น จึงไปกระทบต่อการตัดสินใจจะจ้างแรงงานเพิ่มหรือจ้างนักดนตรี ทำให้อาชีพนักดนตรีหรือพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารใหญ่หรือภัตตาคารกลับเข้าระบบได้จากการผ่อนคลายครั้งนี้

“จากการหารือกันในกลุ่มผู้ประกอบการด้านอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถานบันเทิง เพื่อประเมินการผ่อนคลายครั้งนี้ ซึ่งได้มองล่วงหน้าในอีก 7-14 วันก็เชื่อว่า สถานการณ์ก็ไม่น่าจะดีกว่านี้เท่าไหร่ จึงได้หารือว่าจะเสนอถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ ตามที่สมาคมต่างๆ มีช่องทาง เพื่อสะท้อนไปถึงการประชุม ศบค.ครั้งหน้า ช่วงวันที่ 11 ตุลาคม ให้เพิ่มการผ่อนคลาย โดยเสนอ 1.ลดเวลาเคอร์ฟิว เป็น 24.00-04.00 น. 2.อนุญาตการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารทั่วไปหรือภัตตาคาร เป็นการทดลองให้จำหน่าย นั่งกินอาหารพร้อมดื่มแอลกอฮอล์และฟังดนตรีในร้านอาหารได้ถึง 22.00 น. โดยตั้งเงื่อนไขเข้มงวดด้านสาธารณสุขทั้งพนักงานทุกคนหรือแรงงานที่ให้บริการ ต้องมีการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ตลอดเวลาการให้บริการต้องใส่หน้ากากอนามัย จัดสถานที่เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดฆ่าเชื้อตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้เข้าใช้บริการโดยที่ทุกร้านต้องปิดประกาศตามหลักสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 ไว้หน้าร้าน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเชื่อว่าโควิด-19 คงไม่ได้หมดไป แต่การฉีควัคซีนและป้องกันการแพร่ระบาดเพื่อลดการเสียชีวิตเป็นที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติ ไปพร้อมกับทำกิจการและเปิดประเทศที่ทั่วโลกทำกันแล้ว เพื่อประคองเศรษฐกิจด้วย โควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ที่ทุกคนรู้ว่าจะป้องกันกันอย่างไร” นายธนากรกล่าว

นายธนากรกล่าวว่า 2 ข้อเสนอนี้ เป็นทั้งการเพิ่มรายได้ ฟื้นกำลังซื้อเข้าร้านอาหารหรือภัตตาคาร เพิ่มการจ้างงานหรือนักดนตรีหรือนักร้อง ตามที่รัฐอยากให้อาชีพเพื่อความบันเทิงได้มีงานทำมีรายได้ และมีแรงจูงใจให้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารจ้างนักดนตรี ซึ่งหากมีการจัดเล่นดนตรีช่วง 18.00-22.00 น. ก็จะสร้างรายได้ให้นักดนตรีหรือพนักงานในร้านอาหาร 4 ชั่วโมงต่อวัน ขณะเดียวกันอยากให้ ศบค.เปิดรับฟังความคิดเห็นและแนวทางปฏิบัติได้จริงจากสมาคมการค้าหรือธุรกิจในแขนงต่างๆ มากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งก็มีอีกหลายกิจการที่ควรได้รับการอนุมัติ เช่น ลานกลางแจ้งจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมฟังเพลง คล้ายกับลานเบียร์ ในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ เป็นทั้งการจูงใจการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ สำหรับผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีนี้ ยอดขายไม่ได้ตกไปมากกว่าปีก่อน ยังจำหน่ายได้ เพียงช่องทางขายเปลี่ยนจากทานนอกบ้านเป็นซื้อไปดื่มกินในบ้านแทน ความเสียหายก็จะน้อยกว่าร้านอาหารที่ขายแอลกอฮอล์ไม่ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯอัศวิน ตรวจสถานการณ์เจ้าพระยา ยันท่วมไม่รุนแรงเหมือนปี’54
บทความถัดไปพ่อเมืองสุพรรณบุรี นำนักปั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมปล่อยพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ