กรมทางหลวง รายงานถนนถูกน้ำท่วม-ดินสไลด์ 10 จังหวัด การจราจรผ่านไม่ได้ 22 แห่ง

กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวงวันที่ 8 ต.ค. 64 พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ 10 จังหวัด การจราจรผ่านไม่ได้ 22 แห่ง พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่องและติดตามสถานการณ์ 24 ชม. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างทันท่วงที

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้หน่วยงานในสังกัด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมติดตามข้อมูลปริมาณและทิศทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการสัญจรที่จะได้รับผลกระทบ รวมทั้งวางแผนการดำเนินงานและการบริหารจัดการเส้นทางเลี่ยง และประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อผู้ใช้เส้นทางสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย นั้น

ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้โดยหน่วยงานในสังกัดได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามแผนป้องกัน สาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยกรณีที่น้ำท่วมสูงได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนพร้อมเร่งระบายน้ำ กรณีถนนหรือสะพานขาด/ชำรุด จะเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง สำหรับกรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ได้นำเครื่องจักรเขาเกลี่ยดินออกจากเส้นทาง พร้อมวางแท่งแบริเออร์ กระสอบทราย และกำแพงดินเพื่อชะลอน้ำ และจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้กรมทางหลวงยังได้ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย แจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภค และช่วยล้างทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านเรือนเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำลด

สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 10 จังหวัด ( 29 สายทาง 52 แห่ง) โดยการจราจรผ่านไม่ได้ 22 แห่ง ดังนี้

จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง)

– ทล. 2 ท่าพระ – ขอนแก่น ช่วง กม.ที่ 329+913 (จุดกลับรถใต้สะพานกุดกว้าง) ระดับน้ำสูง 260 ซม.
– ทล. 12 ขอนแก่น – พรหมนิมิตร ช่วง กม.ที่ 565+600 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามลำน้ำพอง) ระดับน้ำสูง 30 ซม.
– ทล. 2065 พล – ลำชี ช่วง กม.ที่ 33+625 น้ำกัดเซาะคันทาง
– ทล. 2065 พล – ลำชี ช่วง กม.ที่ 33+785 น้ำกัดเซาะคันทาง
– ทล. 2131 บ้านสะอาด – เหล่านางงาม ช่วง กม.ที่ 6+800 – 8+500 ระดับน้ำสูง 80 -90 ซม.

จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง)

– ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950 ระดับน้ำสูง 20-25 ซม. ใช้จุดกลับรถต่างระดับ บางใหญ่ที่ กม.18+500 แทน
– ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000 ระดับน้ำสูง 20-25 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 แทน
– ทล. 307 แยกสวนสมเด็จ-สะพานนนทบุรี ช่วง กม.ที่ 0+942 (จุดกลับรถใต้สะพานนนทบุรี) ระดับน้ำสูง 70 ซม.

จ.สระบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)

– ทล.3034 หน้าพระลาน-บ้านครัว ช่วง กม.ที่ 13+500 – 15+800 ระดับน้ำสูง 35 ซม.

จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง)

– ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) ระดับน้ำสูง 150 ซม.
– ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 33+200 ระดับน้ำสูง 80 ซม.
– ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้) ระดับน้ำสูง 55 ซม.
– ทล.32 อ่างทอง-ไชโย ช่วง กม.ที่ 57+500 (จุดกลับรถบางศาลา) ระดับน้ำสูง 110 ซม.
– ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 – 36+400 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 20 ซม.

จ.ลพบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)

– ทล.3024 บ้านหมี่ – เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600 -7+300 ระดับน้ำสูง 70 ซม.

จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง)

– ทล. 347 บางกระสั้น – บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 50 ซม.
– ทล. 3263 อยุธยา – ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 180 ซม.
– ทล. 3263 อยุธยา – ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 180 ซม.

จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)

– ทล. 33 สุพรรณบุรี – นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 สะพานคลองทับน้ำ ระดับน้ำสูง 70 ซม.
– ทล. 340 สาลี – สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม ระดับน้ำสูง 100 ซม.

จ.นครสวรรค์ (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)

– ทล. 1 บ้านหว้า – วังไผ่ ช่วง กม.ที่ 339+600 (จุดกลับรถใต้สะพานเดชาติวงศ์) ระดับน้ำสูง 65 ซม.

จ.ระนอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)

– ทล. 4006 ราชกรูด – วังตะกอ ช่วง กม.ที่ 4+175 ดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เฉลิมชัย ติดตามความก้าวหน้า “หนองช้างใหญ่โมเดล” เก็บน้ำได้แล้ว
บทความถัดไปSAK ติดรายชื่อ ‘หุ้นยั่งยืน’ ปี 2564 ชูองค์กรมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจ ESG 8 ด้าน