ภาคเอกชนภูเก็ต เสนอดีอีเอส ลดขั้นตอนเข้าประเทศ หวังนักท่องเที่ยวเข้าวันละหมื่น สร้างรายได้กว่า 2 หมื่นล้าน

ภาคเอกชน เสนอ รมว.ดีอีเอส ขอให้ผ่อนคลายลดขั้นตอน COE เข้าประเทศ ลดประกันโควิด ขอให้เปิดภูเก็ตเชิงรุกแบบสิงคโปร์ คาดหวัง ธ.ค.นี้ นักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 1 หมื่นคน สร้างรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.64 นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวในที่ประชุมร่วมกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ในการติดตามโครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ว่า รัฐบาล โดย ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)ได้เพิ่มจำนวนประเทศที่เข้ามาในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แล้วโดยไม่กำหนดประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ ลดระยะเวลาเข้าพักในโรงแรมSHA Plus จาก14วันเหลือ 7 วันดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา

” ถ้าเป็นไปได้ขอเสนอให้ลดประกันโควิดลดลงเหลือ 50,000เหรียญ และ E-Certificate Vaccination System การกำหนดรายละเอียดของผู้เสี่ยงต่ำที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน ที่เกิดปัญหามากมายกับผู้เดินทาง สิ่งที่อยากเสนอในก้าวถัดไป จำนวนนักท่องเที่ยววันละ 2 หมื่นคน หรือเดือนละ 3 แสนคน อย่างต่ำ เสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ในแซนด์บอกซ์ที่ลูกค้าเข้ามาใกล้เคียงกับธรรมดามากที่สุด

ขอให้ลดขั้นตอนของCOE เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะยอมรับ RT-PCR สำหรับคนที่เดินทางมาโดยเครื่องบินแล้วจากนั้นเมื่อเข้ามาในแซนด์บ็อกซ์แล้วขอเพียง ATK Test Kit ขอให้ยกเลิก HRC ของคนที่เดินทางมาโดยเครื่องบิน ที่พบว่า ในปัจจุบันกลุ่มHRCจะไม่มีผู้ติดเชื้อเลย ส่วนการเดินทางเข้าด่านอยากให้เป็นจำพวก E -Vaccine อยากให้กิจกรรมต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต กลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่งในรูปแบบใกล้เคียงกับNormal มากที่สุด บนพื้นฐานการป้องกันสากล หรือ Universal prevention

ถ้าทำได้ตามนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 30% ถ้าในเดือนธ.ค.นี้ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 10,000 คน จะสร้างรายได้กว่า  20,000 ล้านบาท ในเดือนมกราคม จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นสิ่งที่เราคาดหวังและเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปได้

ดังนั้น ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ตั้งแต่เริ่มต้นมีการโฟกัสตลาดในประเทศไว้ วางตัวเลขไว้ 580,000 กว่าคน ในควอเตอร์ 3 ซึ่งไม่มีเลย ในควอเตอร์ 4 คาดหวังว่าจะได้เห็นตัวเลขกลับเข้ามาในภูเก็ต และ อยากเห็นมาตรการจังหวัดลดทอนบางอย่างลงเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ง่ายขึ้น จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมา ทุกคนจะใช้ชีวิต ในรูปแบบที่เรียกว่าแทบจะเป็นปกติ โรงเรียน ตลาด ร้านอาหาร สถานบันเทิง กิจกรรมการประชุมสัมมนา เหล่านี้จะได้กลับมาเปิด แต่อาจต้องใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง จะทำให้ภูเก็ตกลับมาสดใสในรูปแบบที่น่าท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง ” นายธเนศ กล่าว

ทางด้าน นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอบคุณรัฐมนตรีดีอีเอส ที่มาเยี่ยมภูเก็ตและเป็นห่วงภูเก็ตกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ขอบคุณผู้ว่าฯภูเก็ตที่ทำหน้าที่มาอย่างดี มีการเจ็บป่วยน้อย

“ขอเสนอข้อแรก ขอเป็นเกทเวย์ ของประเทศไทยอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเราเป็นแซนด์บอกซ์แล้ว ซึ่ง แซนด์บอกซ์คือข้อยกเว้นกฎหมายบางข้อที่ประเทศไทยมีโดยผ่านคณะรัฐมนตรึ ถ้าข้ออื่นที่มีปัญหาเสนอผ่านข้างล่างขึ้นไปผ่านคณะรัฐมนตรีจะได้รับการอนุมัติ อยากให้เกิดการบริหารเราได้เป็นประเทศที่ฉีดวัคซีน 3 เข็มแล้ว มีทรัพยากรสวยงามระดับโลก จะเป็นที่กักตัววัคซีน ที่สวยงามที่สุดในโลกก็ได้ หากคิด GDP นักท่องเที่ยวคนไทย หรือคนต่างชาติเฉลี่ยไปกลับคนละ 28,000 บาท ต่อคนต่อวัน ถ้าเอาคนเข้าภูเก็ต 10,000 คน จะได้เงินประมาณ 280 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 8,400 บาทต่อเดือน ปีละ 1 แสนล้านบาท

ขอเสนอว่า เมื่อฉีดเข็ม 3 แล้ว ควรมีมาตรการลดเงื่อนไขการเดินทาง และต้องมีมาตรการการตลาดที่จูงใจ ให้เข้ามา คงเป็นเรื่องของ ททท.ที่ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาจังหวัดภูเก็ตจะมีมาตรการรองรับอย่างไร และต้องเอากิจกรรมการค้าขายอินเตอร์เนชั่นแนลเทรดเข้ามา

ถ้าทำได้จะมีคนเข้ามาจำนวนมากเนื่องจากบริษัทจำพวกนี้จะเป็น ไอที มีค่าตัวแพง เก็บภาษีได้ เชื่อมโยงวีซ่าระยะยาว เสนอให้ใส่เทคโนโลยีสู้กับต่างประเทศ เป็นเรื่องของการใช้งบประมาณ ถ้ามีงบฯเยอะสามาถทำได้เยอะ ในเรื่องสมาร์ทซิตี้

อยากให้ภูเก็ต เป็น Gimmick มีกลไกการตลาด ให้มีความเร็วของสปีด อินเตอร์เน็ตเทียบเท่าระดับโลกหรือมากกว่าประเทศไทยให้รู้สึกว่าภูเก็ตเป็นสมาร์ทซิตี้จริงๆ อาจเป็นGimmick ว่าถ้าใครมาลงทุนสปีดอินเตอร์เน็ตแรงมากที่สุดในประเทศไทยเทียบเท่ากับระดับโลก จะสร้างภูเก็ตเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลเทรด เหมือนสิงคโปร์ ส่วนริชแบนด์มีคนเริ่มใช้แล้ว ซึ่ง เรื่องเทคโนโลยีอยากให้ใส่ลงมาให้เต็มที่เก็บค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวได้ ขอให้ภูเก็ตเปิดเชิงรุกถ้าเป็นไปได้ เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลเทรด เหมือนกับสิงคโปร์ ” นายสุรชัย กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯปูเคลียร์จบ หลังชาวบ้านปะทะเปิด-ปิดแบริเออร์กั้นน้ำ เผยตอนนี้ต้องการยารักษาโรคน้ำกัดเท้า
บทความถัดไปออโต้บอท จับมือ ทิเนโค่ รุกตลาดเครื่องดูดฝุ่น Wet & Dry ส่ง 2 รุ่นชิมลาง มั่นใจปี 65 โต 100% กวาด 500 ล้าน