คาร์ทิปส์ : ‘รถน้ำเข้า’ เอาไงดี!?

ช่วงหน้าฝน ยานยนต์ “มติชน” มีข้อแนะนำการขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วมสูง

-ปิดแอร์ทันที เพราะถ้าหากเปิดไว้พัดลมแอร์จะทำงาน ตีน้ำให้กระจายเต็มห้องเครื่อง จนรถดับทั้งระบบ ระบบไฟชอร์ตได้ และการตีน้ำอาจทำให้ใบพัดลมหัก เสียค่าซ่อมบานปลาย

-ใช้ความเร็วต่ำ รักษาความเร็วให้อยู่ในระดับเดียวกันสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันคลื่นน้ำตีกลับเข้าหารถ

-ไม่เร่งเครื่องมากเกินไป เพราะทำให้ความร้อนสูงมาก เกิดการเปลี่ยนอุณหภูมิโลหะอย่างรวดเร็ว เกิดรอยร้าวที่บล็อกเครื่อง

-ใช้เกียร์ต่ำ หากเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 พยายามเลี้ยงคลัตช์ พร้อมเร่งเครื่องยนต์ให้รอบเครื่องสูงกว่าปกติเล็กน้อย รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ควรใช้เกียร์ L และรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่

-ลดการใช้เบรก ใช้แรงเฉื่อยของเครื่องยนต์หยุด หรือชะลอความเร็วรถ เพื่อความปลอดภัย ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อป้องกันรถคันหน้าขัดข้องหรือหยุดกะทันหัน

-หลังขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม ตรวจสอบระบบเบรกและคลัตช์ โดยเหยียบย้ำเบรกและคันเร่งสลับกันอย่างช้าๆ ทำซ้ำๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก จะช่วยให้ระบบเบรกใช้งานได้ตามปกติ สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา ให้เหยียบ
ย้ำคลัตช์ เพื่อป้องกันคลัตช์ลื่น

-พ้นทางน้ำท่วม ควรขับรถต่อไปอีกประมาณ 20 นาที เพื่อไล่น้ำหรือความชื้นที่ค้างอยู่ในระบบต่างๆ ของรถและเครื่องยนต์ ไม่ดับเครื่องยนต์ในทันที หากถึงที่หมายแล้วก็พักรถโดยไม่ดับเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที พร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศ จะช่วยให้เครื่องยนต์แห้งเร็วขึ้น
กรณีเมื่อรถเครื่องยนต์ดับขณะขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม

-ให้รีบนำรถออกจากเส้นทางที่มีน้ำท่วม โดยใช้วิธีลาก จูง จากนั้นเปิดฝากระโปรงรถ และปลดขั้วแบตเตอรี่ออก เพื่อไม่ให้ไฟฟ้าเข้าไปเลี้ยงระบบต่างๆ ของรถ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายมากขึ้น

-ระบายน้ำในห้องเครื่อง ถอดนอตอ่างน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย ถังน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อน้ำขังอยู่ไหลออกมาหมดให้ขันนอตปิด ตัดระบบไฟฟ้าไม่ให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์

-ปลดอุปกรณ์ที่เป็นขั้วไฟฟ้า และปลั๊กทุกตัวในห้องเครื่อง พร้อมถอดหัวเทียน แผงฟิวส์ กล่องรีเลย์ และกล่องสมองกล (ECU) ปล่อยให้อุปกรณ์ต่างๆ แห้ง โดยการตากแดด เป่าด้วยลมร้อน หรือใช้สเปรย์ฉีดไล่ความชื้นจากชิ้นส่วนต่างๆ ให้แห้งสนิท หรือไม่มีความชื้น จากนั้นให้ประกอบชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้ากลับเข้าที่เดิม

-ทดสอบเครื่องยนต์ในเบื้องต้น โดยเปิดสวิตช์ไฟ เพื่อตรวจดูแผงไฟหน้าปัดรถ พร้อมทดลองสตาร์ตรถหลายๆ ครั้ง โดยไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่ออุ่นเครื่องและไล่ความชื้นในห้องเครื่อง สังเกตอาการของเครื่องยนต์

-ทดลองเข้าเกียร์ทุกตำแหน่งขณะที่รถจอด หากทุกเกียร์ตอบสนอง ให้ลองเคลื่อนรถโดยใช้เกียร์ต่ำ

-หากรถมีอาการสะดุด เครื่องยนต์สั่น หรือเร่งเครื่องยนต์ไม่ขึ้น ให้นำรถเข้าศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมรถ เพื่อให้ช่างดำเนินการตรวจสอบก่อนนำรถไปใช้งาน

-ตรวจสอบระบบไฟส่องสว่าง ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว หากไม่สามารถใช้งานได้ ให้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ก่อนนำรถไปใช้งาน
กรณีไม่สามารถนำรถออกจากเส้นทางน้ำท่วมได้

-ให้นำแม่แรงมายกรถให้สูงขึ้น พร้อมนำอิฐ ไปค้ำยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ ให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม

-ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก เพื่อป้องกันระบบไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย

หลังขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบเครื่องยนต์ หากรถมีอาการผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์สั่น เดินไม่เรียบ เสียงดัง เร่งเครื่องไม่ขึ้น น้ำมันเกียร์มีสีคล้ายสีชาเย็น เป็นต้น ควรนำรถไปให้ช่างตรวจสอบ ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ช่างเซียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบายน้ำ เตือน ปชช.ท้ายน้ำ
บทความถัดไปทางหลวงชนบทเร่งซ่อมถนนในโคราช หลังน้ำท่วมกัดเซาะ คืนผิวจราจรกลับสภาพปกติ