ลุ้นคิวต่อไป ศบค.ปลดล็อกสวนน้ำ สวนสนุก นายกสมาคมโอดปิด 5 เดือนแล้ว สูญ 4 พันล้าน

ลุ้นคิวต่อไป ศบค.ปลดล็อกสวนน้ำ สวนสนุก นายกสมาคมโอดปิด 5 เดือนแล้ว สูญ 4 พันล้าน

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ นายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด เปิดเผยกับ “มติชน” ว่าผู้ประกอบการสวนสนุกสวนน้ำ สวนพักผ่อน อยากให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ในสัปดาห์นี้ได้พิจารณาผ่อนคลายให้ธุรกิจสวนน้ำ สวนสนุก ได้เปิดบริการได้ตามปกติในกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเดือนนี้มีวันหยุดยาวและเป็นทางเลือกการหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจากความวิตกในสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่ไม่ต้องการเดินทางไกล หรือกังวลต่อการพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวได้มีทางเลือก และได้เตรียมแผนล่วงหน้าเพื่อการพักผ่อนกับในครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่

“กลุ่มธุรกิจเราก็คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาให้เปิดได้อีกครั้ง เพราะหากดูจากตัวเลขการติดเชื้อโควิดรายใหม่ไม่ได้เป็นอัตราก้าวกระโดดอย่างที่ผ่านมา ประชาชนมีการเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น และทุกคนยึดการปฏิบัติป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกันได้เหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน อีกทั้งผู้ให้บริการได้เตรียมมาตรการขั้นสูงสุดในการดูแลป้องกันการแพร่ระบาด สถานที่อย่างสวนน้ำ สวนสนุก สวนพักผ่อนก็อยู่ในโล่งแจ้ง มีอากาศถ่ายเท และที่ผ่านมาไม่ได้เป็นจุดแพร่ระบาดเชื้อ (คลัสเตอร์) เราก็หวังว่าจะได้เปิดตั้งแต่ 18 ตุลาคมนี้ หรือไม่ก็เปิดไปพร้อมกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 1 พฤศจิกายนนี้” นายวุฒิชัยกล่าว

นายวุฒิชัยกล่าวต่อว่า สมาชิกในสมาคมก็ได้หารือกัน หากได้รับการผ่อนคลายแล้ว ช่วงแรกคงไม่มีการทำกิจกรรมพิเศษอะไร เพราะไม่ต้องการเกิดการมาร่วมตัวแออัด แต่ธุรกิจต้องการเปิดให้บริการเพื่อให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้กว่า 10,000 คนได้มีงานทำ และธุรกิจได้มีรายได้บ้างในช่วง 2 เดือนที่เหลือปีนี้ หลังจากเป็นธุรกิจที่ต้องหยุดให้บริการเป็นช่วงๆ มาเกือบ 2 ปี และการระบาดรอบ 3 ทำให้ธุรกิจถูกหยุดชั่วคราวต่อเนื่องมาแล้ว 5 เดือน ซึ่งอุตสาหกรรมนี้ในแต่ละปีจะมีเงินสะพัด 5,000-6,000 ล้านบาท หายไปเกือบหมด ปีนี้หากเปิดได้ 2 เดือนสุดท้ายของปีและเปิดได้ระยะหนึ่งในต้นปี ปีนี้เงินในอุตสาหกรรมนี้จะเหลือต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ทุกค่ายรายได้หายไปกว่า 80-90% ของที่มีรายได้ และปี 2564 หนักกว่าปี 2563 เพราะจำนวนเดือนที่ทำธุรกิจน้อยมาก และประชาชนระมัดระวังใช้จ่าย

“หลังการเปิดบริการได้แล้ว อยากขอให้หน่วยงานรัฐสนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้านบริการ คือให้แต่ละหน่วยงานที่ต้องมีการจัดประชุม หรือสัมมนาที่ภาวะปกติทุกหน่วยงานก็ต้องจัดประชุม หรือสัมมนาเดือนละหลายครั้งได้จัดทำแผนจองสถานที่จัดงาน หรือซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้า โดยมีการหมุนเวียนใช้สถานที่ที่หมุนเวียนกันมากขึ้น พร้อมจ่ายเงินหรืองบประมาณล่วงหน้า เดินนั้นมักชำระเป็นเครดิตเทอม 3-6 เดือนหลังจัดงาน ขณะที่รัฐก็กระตุ้นใช้จ่ายในภาคประชาชนที่ได้ออกมาตรการเยียวยาเงิน หรือจัดเที่ยวด้วยกัน ก็ควรผูกกับเรื่องท่องเที่ยวภาคบริการเข้าไปด้วย” นายวุฒิชัยกล่าว

นายวุฒิชัยกล่าวต่อว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะให้ธุรกิจได้มีเงินหมุนเวียนการบริหารงานและประคองการจ้างงาน เพราะวันนี้ธุรกิจด้านท่องเที่ยวภาคบริการเจอวิกฤตหนัก ไม่มีรายได้ ขาดทุนสะสม ลด หรือหยุดจ้างแรงงานบางส่วน เชื่อว่าแม้ให้ผ่อนคลายให้ธุรกิจกลับมาเปิดบริการได้ แต่ด้วยเศรษฐกิจและยังมีหลายความปัจจัยกังวล คาดว่าคนจะออกจากบ้านเพื่อท่องเที่ยว หรือพักผ่อนได้ตามปกติก็กลางปี 2565 เป็นต้นไป และหากการแพร่ะระบาดไม่ได้กลับมารุนแรง หรือเกิดปัจจัยเสี่ยงรุนแรงเพิ่มเติมจากปัจจุบัน การฟื้นตัวธุรกิจและเศรษฐกิจอย่างแท้จริงก็ปี 2566

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักเทนนิสไทยผงาดแชมป์! ‘พัณณิน’ ควงสาวจีนขึ้นแท่น ที่อียิปต์
บทความถัดไป30 สาวมิสยูฯ ปรุงอาหารกลางสวนเอเดนมอบผู้ป่วย-ด่านหน้า รพ.ปากช่องนานา