บุหรี่นอกแจ้งราคาใหม่ ขายปลีกซองละ 68-72 บาท เริ่ม 16 ต.ค.นี้

 

ผู้ประกอบการบุหรี่ ทยอยแจ้งราคาขายปลีกใหม่ คาดบุหรี่นอก ซองละ 68-72 บาท เริ่มขาย 15-16 ต.ค.นี้ การยาสูบฯ ซ่อมเครื่องแล้ว พร้อมส่งสัปดาห์หน้า ยื่นราคาใหม่อย่างช้า 14 ต.ค.นี้

 

นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ลงพื้นที่สำรวจตลาดบุหรี่ รวมถึงได้สอบถามผู้ค้าส่งที่รับซื้อบุหรี่มาจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าบุหรี่ เพื่อหาสาเหตุไม่จัดส่งบุหรี่ให้ร้านค้าปลีก ส่งผลให้บุหรี่ขาดตลาด ขณะเดียวกันได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมตรวจสอบกรณีการกักตุนสินค้าบุหรี่อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนบุหรี่ราคาใหม่ตามโครงสร้างภาษีสรรพามิตนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการคำนวณต้นทุนและราคาขายปลีก เพื่อให้จำหน่ายในราคาขายปลีกใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีบุหรี่ขายตามโครงสร้างภาษีใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป

นายณัฐกร กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ได้ประกาศปรับขึ้นไปแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเสียภาษีทั้งปริมาณและมูลค่า โดยบุหรี่ที่มีรายขายปลีกแนะนำไม่เกินซองละ 72 บาท จะเสียภาษีมูลค่าในอัตรา 25% และปริมาณ 1.25 บาทต่อมวน ส่วนบุหรี่ราคาแนะนำซองละเกินกว่า 72 บาทขึ้นไป จะเสียภาษีมูลค่าในอัตรา 42% และตามปริมาณ 1.25 บาทต่อมวน ซึ่งมีผลทำให้ราคาขายปลีกปรับเพิ่มขึ้น โดยยังไม่สามารถบอกได้ว่าราคาขายปลีกจะปรับขึ้นเท่าไร ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ อาจปรับขึ้นไม่เท่ากันตามกลยุทธ์การแข่งขันในตลาดบุหรี่

รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการบุหรี่ได้ทยอยแจ้งราคาขายปลีกแนะนำใหม่ ที่มีการปรับขึ้นตามภาษีบุหรี่ใหม่เข้ามาให้กรมฯพิจารณาแล้วหลายแห่ง ได้แก่ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ลีดอน ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ยกเว้นบริษัท เจที อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ส่วนการยาสูบแห่งประเทศไทย คาดจะยื่นราคาใหม่อย่างช้าวันที่ 14 ตุลาคม นี้ ทำให้บุหรี่ราคาใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2564เป็นต้นไป และทยอยขายได้สัปดาห์หน้า ยกเว้นบุหรี่นำเข้าบางชนิดที่ยังคงมีสต็อกเก่าเหลืออยู่จะปรับขึ้นช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564

สำหรับราคาบุหรี่ใหม่คาดการณ์น่าจะขยับเพิ่มจากเดิม โดยบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันขายซองละ 60 บาท จะเพิ่มไปเป็น 68-72 บาท ส่วนบุหรี่ที่ผลิตในประเทศปัจจุบันขายซองละ 55-60 บาท จะเพิ่มเล็กน้อยอยู่ที่ราคาต่ำกว่าซองละ 68 บาท เพื่อต้องการให้มีความแตกต่างทางด้านราคาเพื่อใช้แข่งขันทางการตลาด

ด้านการยาสูบแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ขณะนี้ได้ซ่อมแซมเครื่องจักรที่ชำรุดไปเสร็จแล้ว และจะกลับมาผลิตบุหรี่ส่งจำหน่ายพร้อมกับปรับราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 15-16 ตุลาคมเป็นต้นไป และเริ่มวางขายได้สัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นไปตามกรอบที่กรมสรรสามิตกำหนด ส่วนการปรับราคาขายปลีกแนะนำใหม่รอบนี้ จะพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อดูแลทั้งกลุ่มชาวไร่ คู่ค้า และองค์กรให้อยู่ได้ ไม่ให้มีผลกระทบรุนแรงเหมือนรอบที่ผ่านมา

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกาบริจาคตู้เย็นเก็บวัคซีนเพื่อช่วยไทยต่อสู้โรคโควิด-19
บทความถัดไปคณะกรรมการโรคติดต่อ เชียงใหม่ สั่งปิด 11 สถานที่ เตือนกลุ่มเสี่ยงเร่งตรวจหาเชื้อ