“ซีพีเอฟ” ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ซีพีเอฟ” ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิศวกรรมกลาง ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำ และของเสียบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือกล่าวว่า ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้กลยุทธ์ “CPF 2030 Sustainability in Action” มีเป้าหมายมุ่งสู่องค์กร “Carbon Neutral” สอดคล้องตามเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2573 ภายใต้แผนปฏิบัติการดังกล่าว ซีพีเอฟเดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืน 3 เสาหลัก คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดิน น้ำ ป่า คงอยู่ ด้วยภารกิจ 9 ความมุ่งมั่น ครอบคลุมการพัฒนาอย่างยั่งยืนรอบด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดปริมาณขยะอาหารตามแนวทางการสร้างคุณค่าปราศจากขยะ (Waste to Value) และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) ร่วมบรรเทาและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Operational Efficiency) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) การใช้วัตถุดิบหรือทรัพยาการที่ปราศจากการทำลายป่า (Deforestation Free) รวมถึงการปลูกป่าและการฟื้นฟูป่าไม้ (Afforestation and Reforestation)

ซีพีเอฟ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทันสมัย ทั้งระบบอัตโนมัติ (Automation) การนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent) and Internet of Things (IoT) มาช่วยจัดการในระบบ Smart Farm และ Smart Factory ส่งเสริมลดการใช้ทรัพยากรทั้งน้ำและขยะในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มาก โดยเฉพาะเป้าหมายการลดการใช้ถ่านหินในปี 2565 โดยเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากชีวมวลแทน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 70,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่ไบโอแก๊ส (Biogas) เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่สำคัญของหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจสุกร ไก่ไข่ และโรงงานแปรรูปอาหาร ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 490,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารผลิตของโรงงาน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์บก และฟาร์มสัตว์น้ำ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 47 เมกะวัตต์ต่อปี สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ปีละ 25,000 ต้น

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ มีเป้าหมายการปลูกป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง อนุรักษ์ ฟื้นฟูและปลููกป่าเพิ่มเติมในพื้นที่ป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ต.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 6,971 ไร่ โครงการ ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 จังหวัด รวม 2,388 ไร่ (ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา) และโครงการรักษ์นิเวศ ปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการของซีพีเอฟทั่วประเทศรวม 1,720 ไร่ พร้อมเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้จาก 10,000 ไร่ ในปี 2563 เป็น 20,000 ไร่ ในปี 2573 ขับเคลื่อนเป้าหมายภายใต้กลยุทธ์ “CPF 2030 Sustainability in Action” ในอีก 9 ปีข้างหน้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วัดเก็กลกสี่’ วัดดังในปีนัง มาเลเซีย อายุ 130 ปี ถูกเพลิงไหม้ เสียหายหนัก
บทความถัดไปป่าล้อมวัด ภายใต้โครงการ 7 Go Green สร้างพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ใน จ.สุรินทร์