พณ.ชี้เปิดประเทศฟื้นเชื่อมั่นต่างชาติลงทุนไทย โชว์ 9 เดือนอนุมัติกว่า 9.9 พันล้าน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในเดือนกันยายนได้อนุญาตให้คนต่างชาติรวม 29 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ รวมเงินลงทุนกว่า 559 ล้านบาท ส่งเสริมจ้างงานคนไทย 742 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน

ซึ่งธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตเดือนกันยายน 2564 ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า 13 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ มีเงินลงทุน 114 ล้านบาท อาทิ บริการให้ใช้สิทธิและให้ใช้ช่วงสิทธิในซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับกระบวนการทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล สถานพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ บริการให้ใช้พื้นที่บนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อการโฆษณา บริการจองบัตรโดยสารรถโดยสารประจำทาง รถเช่า เรือโดยสารและสายการบิน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

2.ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ 9 ราย จากญี่ปุ่น มีเงินลงทุน 119 ล้านบาท อาทิ
การทำกิจการบริการทางบัญชีและกฎหมายแก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม บริการสำรวจและวิเคราะห์ตลาด รวมทั้งประสานงานด้านการสั่งซื้อและส่งมอบสินค้า บริการติดต่อ ประสานงานเพื่อการจำหน่ายสินค้าและการจัดส่งสินค้าที่ชำรุด (claim) แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ และบริการให้ใช้สิทธิและให้ใช้ช่วงสิทธิในงานออกแบบสินค้า และซอฟต์แวร์ เป็นต้น

3.ธุรกิจนายหน้า/ค้าส่งสินค้า 4 ราย จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และอิตาลี มีเงินลงทุน 156 ล้านบาท ได้แก่ การทำกิจการตัวแทนในการจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องจักรบรรจุสินค้า และ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับระบบบรรจุสินค้า ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่ผลิตโดยบริษัทในเครือในต่างประเทศ การค้าส่งสินค้าประเภทโพลิออลและเมทิลีนไดฟีนิลไดไอโซไซยาเนต สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของสารโพลียูรีเทนให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม การค้าส่งสิ่งปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติสำหรับอาหารที่ผลิตโดยบริษัทในเครือในต่างประเทศ ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น

4.ธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับเอกชน 3 ราย จากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเยอรมัน มีเงินลงทุน 170 ล้านบาท ได้แก่บริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งก่อสร้าง ประกอบ ติดตั้ง และทดสอบการทำงานของระบบ และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐาน ยูโร 5 (Ultra Clean Fuel (UCF) Diesel EURO V) บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ และการให้คำปรึกษาแนะนำทางเทคนิค รวมทั้งให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการบริการระบบบำบัดน้ำเสียแบบครบวงจร บริการควบคุมการติดตั้ง ทดสอบการทำงานและควบคุมการเดินเครื่องของเครื่องจักรที่ใช้สำหรับปั่นเส้นใย (PET Staple Fiber Spinning Lines) และเครื่องจักรที่ใช้สำหรับดึงเส้นใย (PET Staple Fiber Drawing Lines) ในสายการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ รวมถึงการซ่อมแซมเครื่องจักรดังกล่าวในช่วงรับประกันผลงาน

นายสินิตย์กล่าวต่อว่า สำหรับเดือนกันยายน 2564 ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป รองลงมาเป็นธุรกิจการให้บริการแก่บริษัทในเครือในกลุ่ม ธุรกิจนายหน้า/ค้าส่งสินค้า และธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับเอกชน ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นการประกอบธุรกิจเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักที่ทำอยู่แล้ว ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก 20 ราย คิดเป็น 69% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดในเดือนกันยายน

ทั้งนี้ รวม 9 เดือนแรก 2564 มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยแล้ว 161 ราย รวมเงินลงทุน 9,943 ล้านบาท ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่ อาทิ ธุรกิจบริการเป็นที่ปรึกษา บริหารจัดการ และให้บริการเดินรถและซ่อมแซมบำรุงรักษารถไฟความเร็วสูง ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินในประเทศไทย ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม วางระบบและทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการ ศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าอัจฉริยะระหว่างประเทศ ธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านประกันภัย บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ให้แก่บริษัท ในเครือในต่างประเทศ บริการให้ใช้สิทธิและให้ใช้ช่วงสิทธิในซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับกระบวนการทางการแพทย์ เป็นต้น
“คาดช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2564 ชาวต่างชาติจะยังคงเดินทางเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องบรรยากาศที่ดีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงมีมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งในการรับมือกับโรคโควิด-19 สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี ” นายสินิตย์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บช.น.เตรียมกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์ดูม็อบ 14 ตุลา ตั้งจุดคัดกรองเส้นทางหลัก-รอง
บทความถัดไปETDA เผยธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยปี 63 มีมูลค่า 3.78 ล้านล้านบาท ลดลง 6.68%