น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยอาคารและอัคคีภัย เปิดเผยภายว่า จากกรณีเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในอาคารเลขที่ 2204/5 ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 9 ชั้น ภายในซอยนราธิวาส 18 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขตยานนาวา กทม.จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ประชาชนควรหันมาให้ความสำคัญถึงการวางระบบการป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถือเป็นที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนทุกคนที่ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยปละละเลย เพราะอาจนำมาซึ่งความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินตามมา ซึ่งในส่วนที่พักอาศัย อาคาร สถานที่ที่กฎหมายอาจยังไม่ได้ครอบคลุม หรืออาจมีการก่อสร้างก่อนที่จะมีกฎหมายประกาศบังคับใช้ แม้ว่าจะไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่เจ้าของหรือผู้พักอาศัยก็ไม่ควรที่จะมองข้ามหรือละเลยถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยไปได้
น.ส.บุษกรกล่าวว่า โดยภายในแต่ละอาคาร อย่างน้อยควรที่จะมีระบบการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ และสามารถแจ้งเตือนภัยให้ได้ทราบอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ของอาคาร โดยเฉพาะอาคารประเภทที่อยู่อาศัย จะต้องสามารถส่งสัญญาณปลุกคนได้ในขณะหลับ รวมถึงบันไดหนีไฟ ควรมีอย่างน้อย 1 บันได แต่ถ้าจะให้ดีควรมี 2 บันได เพื่อให้เวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง ผู้พักอาศัยสามารถเลือกใช้บันไดที่ใกล้ตัวมากที่สุดได้ โดยภายในบันไดหนีไฟควรที่จะมีระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อให้แสงสว่างเส้นทางหนีไฟไปตลอดทางจนกระทั่งออกจากตัวอาคาร และควรที่จะมีช่องเปิดระบายอากาศ หรือระบบอัดอากาศเพื่อป้องกันควันไฟ รวมทั้งระบบไฟฟ้าสำรอง เพื่อจ่ายไฟให้กับระบบป้องกันอัคคีภัย
“นอกจากนี้เจ้าของอาคารควรประเมินพื้นที่โดยรอบอาคารที่พักของตนเองด้วยว่า มีลักษณะถนนทางเข้าไปอย่างไร ถนนกว้างพอที่รถดับเพลิงจะสามารถเข้ามาได้หรือไม่ ซึ่งหากมีความเป็นไปได้ที่รถดับเพลิงจะไม่สามารถเข้ามาดับเพลิงในบริเวณอาคารของตนเองได้สะดวก เจ้าของอาคารก็ควรที่จะปรับปรุงติดตั้งในส่วนของอุปกรณ์ดับเพลิงเพิ่มเติมไว้ด้วย อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิงขั้นต้น หรือ ถังดับเพลิง ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (สปริงเกอร์) เครื่องสูบน้ำดับเพลิง วาล์วและสายฉีดน้ำดับเพลิงที่สามารถลากไปได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของอาคาร เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบของเพลิงไหม้ไม่ให้รุนแรงมากเกินไป ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าการรอเพียงจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากรัฐเพียงอย่างเดียว” น.ส.บุษกร กล่าว
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวสท. กล่าวว่า ในขณะนี้ วสท. กำลังจัดตั้งคณะทำงานจากหลายภาคส่วน เพื่อจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย สำหรับอาคาร 9 ประเภท ในประเทศไทย ตามลักษณะและการใช้งานอาคาร คือ 1.อาคารโรงแรม 2.อาคารโรงพยาบาล 3.อาคารห้างสรรพสินค้า 4.อาคารโรงงาน 5.อาคารสำนักงาน 6.อาคารที่พักอาศัย 7.อาคารตลาดเก่า ชุมชนเก่า หรือตลาดอนุรักษ์ 8.อาคารโรงเรียน สถานศึกษา และ9.อาคารสถานบริการ เพื่อใช้เป็นข้อแนะนำและแนวทางการปฏิบัติของประชาชนในลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยภายในของอาคารแต่ละประเภท โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคม 2559 น่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการแต่ละชุดได้ และคาดว่าภายใน 1 ปีน่าจะสามารถจัดทำมาตรฐานดังกล่าวได้สำเร็จ

