เอกชนภาคเหนือเชื่อ ไฮสปีดจีน-ลาวมีผลต่อการค้า แนะเส้นทางเที่ยว 3 ประเทศ ‘ไทย-สปป.ลาว-จีน’

ภาพโดย Vientiane Times

เอกชนภาคเหนือเชื่อ ไฮสปีดจีน-ลาว มีผลต่อการค้า-ท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวถึงกรณีไอสปีดเทรนจีน-ลาว ซึ่งจะเปิดให้บริการประมาณเดือนธันวาคม 2564 ว่าในส่วนของภาคเหนือคงไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากเส้นทางของรถไฟอยู่ห่างจากชายแดนไทยกว่า 240 กิโลเมตร การจะขนถ่ายบุคคล หรือสินค้าเชื่อมระหว่างกันนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ส่วนที่จะได้อานิสงส์เต็มๆ คือทางภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.หนองคาย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นปลายทางของเส้นทางรถไฟ ส่วน จ.เชียงราย จะเดินทางไปถึงเมืองหลวงน้ำทา หรือไม่ก็ชายแดนด้าน จ.น่าน จะต้องเดินทางไปถึงเมืองหงสาวดี ซึ่งแต่ละแห่งต้องเดินทางไปอีกกว่า 200 กิโลเมตร

น.ส.ผกายมาศกล่าวว่า ประเด็นสำคัญของรถไฟสายนี้เป็นรถไฟความเร็วสูง เน้นการบริการการขนส่งสาธารณะ มีเป้าหมายบริการด้านการเดินทางของผู้คนเป็นหลัก ดังนั้น แม้แต่ จ.หนองคาย ที่อยู่ใกล้จะทำการค้าได้ แต่ก็เพียงการขนส่งสินค้าเบา ประเภทสินค้าเกษตร อาทิ ผัก ผลไม้ ซึ่งจะต้องมีตู้เย็นคอนเทนเนอร์ด้วย ค่อนข้างยุ่งยาก แต่หากมองในแง่การท่องเที่ยวเชื่อว่าจะเป็นเส้นทางที่น่าสนใจ สามารถทำทัวร์ระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ได้ดี อาทิ ไทย-สปป.ลาว-จีน หรือมาจากจีน-สปป.ลาว-ไทย ก็ได้

“แม้รถไฟสายนี้จะยังไม่มีผลต่อภาคเหนือของไทยในระยะสั้น แต่ระยะยาวเชื่อว่าจะมีผลดี อาจทำให้จีน สปป.ลาว หรือประเทศข้างเคียงสามารถทำการค้าขาย หรือลงทุนธุรกิจด้านอื่นๆ ได้โดยตรง หรือเชื่อมโยงได้ง่าย แต่ของไทยทำได้ยาก โดยเฉพาะภาคการค้าในภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันมีการขนส่งทางบกและทางเรือ แม้จะมีความยุ่งยากในเรื่องการเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างแดนของแต่ละประเทศ แต่ก็ยังสะดวกและง่ายต่อการขนถ่ายจากชายแดนไทยแล้วไปขึ้นรถไฟใน สปป.ลาว

“ภาคเอกชนอยากเสนอให้รัฐบาลวิเคราะห์ผลดีและผลเสียของการเกิดเส้นทางคมนาคมของประเทศเพื่อนบ้านว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยด้านใดบ้าง และเร่งดำเนินการจัดแผนส่งเสริม โดยเฉพาะส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางเรือในแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยเจรจากับประเทศจีนเพื่อขอให้มีการเปิดด่านพรมแดนทำการค้าขายโดยเร็ว แม้ประเทศจีน-ลาวจะมีการเปิดเส้นทางรถไฟ แต่เส้นทางขนส่งทางน้ำนั้น หากเปิดได้เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของไทยไม่มีผลกระทบอะไร เพราะการขนส่งทางน้ำสะวดก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนที่สุด” น.ส.ผกายมาศกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon