‘กองทรัสต์ดับบลิวเอชเอ’ อัดงบ 5.55 พันลบ. ลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ ดันสินทรัพย์แตะ 4.8 หมื่นลบ.

‘กองทรัสต์ดับบลิวเอชเอ’ อัดงบ 5.55 พันลบ. ลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ ดันสินทรัพย์แตะ 4.8 หมื่นลบ.

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เป็นกองทรัสต์ที่เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าและโรงงาน ที่สัญญาระยะยาวส่วนใหญ่มาจากผู้เช่าหลากหลายแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในฐานะผู้สนับสนุนและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ได้ขายสินทรัพย์เข้าทรัสต์ WHART อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นการเพิ่มทุนครั้งที่ 6 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติม ผ่านการเข้าลงทุนในทรัพย์สินจำนวน 3 โครงการ มูลค่าไม่เกิน 5,550 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินหลักในครั้งนี้ จะส่งผลให้ WHART มีมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์แตะที่ระดับกว่า 48,000 ล้านบาท และมีพื้นที่ เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1.58 ล้านตารางเมตร

นางสาวจรีพร กล่าวว่า ปัจจุบัน กองทรัสต์ WHART มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนในกรรมสิทธิ์ การเช่าและสิทธิการเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว 31 โครงการ หรือมีพื้นที่เช่าอาคารประมาณ 1,398,352 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมของที่ระดับ 42,638.93 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่ยังคงเป็นผู้สนับสนุนและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ในการนำทรัพย์สินคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเข้ากองทรัสต์ WHART ทุกปีต่อเนื่อง

“ในปีนี้ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปได้นำทรัพย์สินจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ 2.ดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ 2.โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ และ 3.โครงการดับบลิวเอชเอ อี คอมเมิร์ซ พาร์ค เข้ากองทรัสต์ WHART ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนครั้งที่6 โดยทั้ง 3 โครงการ มีกลุ่มผู้เช่าในกลุ่มธุรกิจที่เติบโต อาทิ กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้อานิสงส์จากการระบาดโควิด-19 ทำให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” นางสาวจรีพร กล่าว

ทั้งนี้ การเพิ่มทุนของกองทรัสต์ WHART จะเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 385,898,000 หน่วย โดยจะเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์ที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2564 ในอัตราส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิมต่อ 0.1181 หน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม โดยคาดว่าการเสนอขายหน่วยทรัสต์ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อ ระหว่างวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อสามารถจองซื้อตามสิทธิที่ได้รับจัดสรร เกินกว่าสิทธิ หรือน้อยกว่าสิทธิที่ได้รับการจัดสรรก็ได้ และจะทำการชำระเงินจองซื้อที่ราคาสูงสุด 12.90 บาทต่อหน่วย และหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดจะทำการคืนเงินส่วนต่างราคาให้กับผู้จองซื้อ และสำหรับประชาชนทั่วไป (Public Offering) ซึ่งเป็นบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ โดยจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2564 ผ่านการจองซื้อในช่องทางออนไลน์ได้ที่ K-My Invest หรือธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon