‘ส.โรงแรม’ ชี้เที่ยวในประเทศเริ่มฟื้น ยอดจองห้องพักดีดตัว บวก 40-60% จากที่ผ่านมาเงียบกริบ

‘ส.โรงแรม’ ชี้เที่ยวในประเทศเริ่มฟื้น ยอดจองห้องพักดีดตัว บวก 40-60% จากที่ผ่านมาเงียบกริบ

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศดูดีขึ้น หลังจากมีการเดินทางของคนไทยฟื้นกลับมา โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ ที่พบว่ามียอดจองโรงแรมที่พักเพิ่มขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมาการเดินทางหรือการท่องเที่ยวในประเทศเงียบกริบมาก ทำให้การฟื้นตัวขยับขึ้นมาสูงมากในตอนนี้ โดยเริ่มเห็นยอดจองของโรงแรมที่พักในจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ ที่ยังเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ปรับขึ้นมาเฉลี่ย 40-60% อาทิ โรงแรมในพื้นที่พัทยา ช่วงวันหยุดศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ยอดจองเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50% พื้นที่หัวหิน ยอดจองอยู่ที่ 50-60% จึงเห็นสัญญาณการเดินทางเที่ยวในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน คือ วันที่ 21-24 ตุลาคม 2564 (23-24 ตุลาคม เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์) จะสนับสนุนให้เกิดการเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีวันหยุดยาว การเดินทางเที่ยวในจังหวัดระยะไกล ก็จะเริ่มเห็นและมีความได้เปรียบมากขึ้น อาทิ แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ จึงมองว่าในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีกว่าเดิม หรืออาจมีโอกาสได้เห็นการฟื้นตัวเทียบเท่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งปีที่ผ่านมาเห็นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคึกคักสูงมาก

“การที่คนได้รับวัคซีนมากขึ้น รวมถึงมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากรัฐบาล ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย ที่ทำให้คนมีกำลังใจในการเดินทางมากขึ้น หลังจากต้องอยู่กับการระบาดโควิด-19 มาเป็นเวลานาน ซึ่งผลกระทบจากโควิดทำให้คนส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง การที่ภาครัฐมีโครงการออกช่วยสนับสนุนให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เริ่มเห็นการเดินทางทยอยดึงกลับมา” นางมาริสา กล่าว

นางมาริสา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือ การเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าในระยะเริ่มต้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจยังไม่ได้เห็นตัวเลขการเข้ามาแบบมากๆ ในทันทีทันใด แต่ถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้น ไม่ได้มืดมิดเหมือนเดิมแล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มกลับมาเปิดบริการใหม่อีกครั้ง เพื่อรอรับลูกค้าทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างชาติ โดยเชื่อว่าเดือนพฤศจิกายนนี้ อาจเห็นต่างชาติมาในจำนวนที่ยังน้อยอยู่ แต่หากเข้าเดือนธันวาคมนี้แล้ว คาดว่าจะปรับดีขึ้นอีก เพราะปกติในเดือนธันวาคมของทุกปี จะเป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด โดยเฉพาะการเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐ ยุโรป มามากที่สุด ส่วนตลาดเอเชีย คาดว่ายังคงเข้ามาได้น้อย เพราะติดสถานการณ์การระบาดโควิดที่ยังไม่คลายตัว รวมถึงนโยบายของประเทศต้นทางที่เป็นอุปสรรคด้วย อาทิ การกลับจากประเทศไทยยังต้องกักตัว 14 วัน โดยเฉพาะตลาดจีน ที่คาดว่าจะไม่เห็นแน่ๆ ในปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่มีนโยบายให้พลเมืองเดินทางเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงเมื่อกลับไปแล้ว ยังต้องกักตัวซ้ำอีก

นางมาริสา กล่าวว่า สำหรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการ เงื่อนไข หรือข้อปฏิบัติที่ชัดเจนมากพอ รวมถึงการกำหนดระดับความเสี่ยงของแต่ละประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศเสี่ยงต่ำนั้น จะเป็นอุปสรรคในการทำตลาดของภาคเอกชนสูงมาก เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องใช้เวลาในการจองและการเดินทางอย่างน้อย 20-30 วัน โดยเฉพาะประเทศระยะไกล ที่เข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมากในขณะนี้ ทำให้หากนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยวไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ต้องจองการเดินทางล่วงหน้าและเตรียมตัวไว้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ แต่เมื่อยังไม่มีการประกาศชัดเจนออกมา ก็คาดหวังว่าทุกอย่างจะชัดเจนภายในเดือนนี้ ทั้งเงื่อนไข รายชื่อประเทศเสี่ยงต่ำ และข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยว ว่าอะไรสามารถทำได้หรือไม่ได้บ้าง เพื่อให้อย่างน้อยนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถเจ้ามาเที่ยวไทยได้ทันในเดือนธันวาคมนี้ เพราะเป็นเดือนสุดท้ายของปี 2564 แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon