หน้าแรก เศรษฐกิจ เอดีบีชี้ศก.ไ...

เอดีบีชี้ศก.ไทยฟื้นปรับจีดีพีเพิ่มเป็น3.2%คาดปีหน้าขยายตัวได้อีก3.5%

27.09.16 | 14:17 น.

นางลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส ประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า เอดีบีได้ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไทย ปี 2559 ใหม่ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดีกว่าคาด 3.4%แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการใช้จ่ายภาครัฐภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชน โดยได้ปรับจีดีพีทั้งปีเพิ่มเป็น 3.2%จากประมาณการณ์เดิมในเดือนมีนาคมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.0% ทั้งนี้ การบริโภคเอกชนขยาย 2.8% จากเดิม 2.5% การลงทุนภาครัฐขยาย 9.5-9.8%จากเดิม 8% และการลงทุนเอกชนขยายตัวใกล้เคียงเดิมที่ประมาณ 1%ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะติดลบ 1-2% โดยตัวเลขประมาณการณ์ดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจากกรณีการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งจะต้องติดตามผลกระทบในระยะต่อไป


“ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก ส่วนปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 3.5% การบริโภคเอกชนขยายตัว 2.5-2.6% ลงทุนเอกชนขยายตัว 2% และลงทุนภาครัฐขยายตัว 8% ส่วนภาคการส่งออก คาดว่าจะขยายตัวกลับมาเป็นบวกได้ในระดับ 0-1%”นางลัษมณกล่าวและว่า เอดีบีมองว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในขาที่ฟื้นตัว สะท้อนจากการส่งออกและการนำเข้าที่มีสัญญาณดีขึ้น เริ่มเห็นการบริโภคเอกชนกระเตื้องขึ้น โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาสินค้าเกษตรเริ่มปรับดีขึ้น ผลจากภัยแล้งที่หมดลง ส่งผลดีต่อรายได้ภาคเกษตร ทั้งนี้ การลงทุนเอกชนน่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องตามการลงทุนภาครัฐที่ทยอยออกมา ซึ่งขณะนี้ความมั่นใจผู้บริโภคและธุรกิจปรับดีขึ้น หลังจากการลงประชามติรับร่างรัฐะรรมนูญ ที่ทำให้เกิดความชัดเจนการเลือกตั้ง หากการเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ จะช่วยให้เอกชนและภาคธุรกิจมีความมั่นใจในการบริโภคและลงทุนมากขึ้น

นางลัษมณกล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ผลกระทบจากการลงประชามติออกจากสหราชอาณาจักรของสหภาพยุโรป(เบร็กซิท) ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ รวมทั้ง การเลือกตั้งสหรัฐมีจะผลต่อนโยบายเศรษฐกิจเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยก่อให้เกิดความผันผวนเงินทุนเคลื่อนย้ายให้มากขึ้นได้ ส่วนนโยบายการเงินของไทย มองว่าในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและน่าจะคงดอกเบี้ยที่ 1.50% จนถึงสิ้นปี 2560 ในกรณีเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 1 ครั้ง และปีหน้า 1 ครั้ง แต่หากเฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วต้องมีการพิจารณา