กรอ.เร่งออกใบอนุญาต รง.กำจัดขยะติดเชื้อแก้ปัญหาขยะติดเชื้อล้น

กรอ.เร่งออกใบอนุญาต รง.กำจัดขยะติดเชื้อแก้ปัญหาขยะติดเชื้อล้น

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณขยะติดเชื้อที่สะสมและตกค้างรอการกำจัดเกินระบบอยู่ประมาณ 2,800 ตัน เนื่องจากปริมาณขยะติดเชื้อช่วงเกือบ 2 ปีเพิ่มขึ้นเดือนละเฉลี่ย 200 ตันต่อเดือน ถือเป็นปริมาณที่มาก และที่ผ่านมาการจัดหาสถานที่กำจัดขยะติดเชื้อขยะมูลฝอยในระยะเร่งด่วนยังไม่สามารถทำได้อย่างกว้างขวางเพราะมีข้อจำกัดกฎระเบียบที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกรมอนามัย ยกเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานให้โรงงานที่มีศักยภาพในการกำจัดรับขยะติดเชื้อไปเป็นเชื้อเพลิงเผาในโรงงานอุตสาหกรรม

ดังนั้น กรอ.จึงเร่งออกใบอนุญาตให้ โรงงานทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) สามารถรับขยะติดเชื้อมากำจัดได้ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการตั้งแต่การคัดแยก รวบรวมบรรจุจัดเก็บ และซีลที่ต้นทางตลอดจนการขนส่ง กรมอนามัยจะเป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด และกระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลในขั้นตอนของการรับขยะติดเชื้อเข้าสู่เตาเผา ตลอดจนเผาตามหลักเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนดอย่างเคร่งครัด

โดยโรงงานแห่งนี้มีศักยภาพด้านเตาเผา 350 ตันต่อวัน  โดยใช้พลังงานความร้อนสูงถึง 800-1,000 องศาฯ และสามารถความร้อนจากไอน้ำไปเป็นเชื้อเพลิงใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และยังไม่กระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจุบันโรงงานนี้เป็นรับขยะมูลฝอยจากชุมชนในพื้นที่ ราว 10,000 ตัน

ขณะนี้ มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ยื่นขอใบอนุญาตรับกำจัดขยะติดเชื้ออีก 3 โรงงาน โดย กรอ.จะเร่งอนุมัติออกใบอนุญาต และตั้งเป้าหมายว่า ทั้งปีนี้จะมีโรงงานเข้ามาเพิ่มอีกรวมเป็น 10 โรงงาน เพื่อให้กระจายทั้ง 4 ภูมิภาค จะสามารถรองรับกำจัดติดเชื้อได้ 1,300 ตัน จะช่วยลดปริมาณขยะติดเชื้อที่ล้นระบบลง และรองรับการเปิดประเทศ แม้ว่าสถานการณ์ขยะติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง จากการคลี่คลายของโรคโควิด19 ที่น่าจะทำใหัสถานกักตัวทยอยปิดลง

ทั้งนี้ หลังจาก ครม. มีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการแก้ไขปัญหาขยะติดเชื้อ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงออกประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2564  เรื่อง นโยบายการนำขยะมูลฝอยติดเชื้อมาเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผาของโรงงานเป็นการชั่วคราว ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพื่อให้เร่งดำเนินการนำขยะติดเชื้อไปเผาในโรงงานที่มีความพร้อมและศักยภาพ ในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนดเป็นการชั่วคราว ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 จึงได้บูรณาการกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเร่งรัดดำเนินการเป็นการด่วน เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของ ครม.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon