เอกชนมองสถานการณ์ราคาน้ำมันไม่ปกติ แนะรบ.ยืดราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30

เอกชนมองสถานการณ์ราคาน้ำมันไม่ปกติ แนะรบ.ยืดราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า ราคาน้ำมันในประเทศเป็นไปตามราคาของราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่เป็นน้ำมันเชิงพาณิชย์นั้น ในช่วงเดือนมกราคม 2564 ราคาน้ำมันดีเซล บี10 อยู่ที่ 24.19 บาทต่อลิตร และล่าสุด เมื่อ 20 ตุลาคม 2564 อยู่ที่ 29.29 บาทต่อลิตร เฉลี่ยราคาน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 5.10 บาทต่อลิตร คิดเป็น 21% จะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น 25-30% จากต้นทุนเดิม

และจะไปเพิ่มต้นทุนราคาสินค้าในภาพรวมประมาณ 1% นอกจากนี้ยังมีค่าทางด่วนที่กำลังจะเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่มีใครพูดถึงด้วย ที่คิดเป็น 3-5% ของต้นทุนการขนส่ง

ปัจจุบันรัฐบาลมีมาตรการระยะสั้นในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ได้แก่ การคงค่าการตลาดน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ของดีเซลบี7 และบี10 ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร และลดการจัดเก็บเงิน ดีเซล บี7 เข้ากองทุน ซึ่งมีผลจนถึง 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งช่วยให้ราคายังคงอยู่ที่ ประมาณ 29 บาทต่อลิตร

นายธนิต กล่าวว่า ส่วนการที่มีคนบางกลุ่มเรียกร้องว่า ให้รัฐบาลช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้ ลดลงมาถึง 25 บาทต่อลิตรนั้น คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคานี้มานานแล้ว การที่รัฐบาลช่วยตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ก็เหมาะสมแล้ว อาจจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นบ้าง และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคแต่ก็เล็กน้อย ขณะที่กลุ่มบริษัท ผู้ประกอบการขนส่งคงไม่ปรับขึ้นราคาบริการในเร็วๆ นี้ เพราะยังมีกลไกการแข่งขันกันในตลาด ทำให้ยังไม่มีใครกล้าขึ้นราคามากนัก

นายธนิต กล่าวว่า แต่ถ้าหมดมาตรการในสิ้นเดือนตุลาคมนี้และปล่อยราคาน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นไปเกิน 30 บาทต่อลิตรนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบมากขนาดไหน ทั้งนี้รัฐบาลยังมีเครื่องมือ อีกตัวหนึ่ง คือ ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ที่จัดเก็บประมาณ 5.90 บาทต่อลิตร ถ้าราคายังมีแนวโน้มสูงขึ้นไป รัฐบาลยังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตได้อยู่ แม้ว่าจะทำให้รายได้ของประเทศลดลงไปบ้าง แต่ก็ควรดูเรื่องผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูงด้วย หากทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค ต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้าอาจจะฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ก็อาจจะทำให้ประชาชนเดือนร้อมมากกว่าเดิมได้

“แม้ว่ากระทรวงการคลัง จะบอกว่าการจัดเก็บภาษีไม่ได้มีผลต่อราคาน้ำมันโดยตรง เพราะเป็นการเก็บจากปริมาณ รวมทั้งยังไม่มีอำนาจในการปรับลด และไม่มีคำสั่งจากคณะรัฐมนตรี ทำให้ยังไม่มีการปรับลดภาษีน้ำมันลง แต่ตอนนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันมันไม่ปกติ รัฐบาลก็ควรจะพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ราคาไม่พุ่งสูงเกิน 30 บาทต่อลิตร” นายธนิต กล่าว

นายธนิต กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกคิดว่าคงไม่ได้เพิ่มขึ้นสูงเช่นนี้ไปตลอด เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งราคาก็จะต้องลดลงมา เนื่องจากประเทศผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคบางประเทศ อาจจะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อคว้าโอกาสในการขายช่วงที่ราคายังสูงอยู่ ด้านสหรัฐก็จะกลับมาผลิตน้ำมันดิบ จาก Shale Oilได้ และจำนวนน้ำมันก็จะเพิ่มเข้าไปในตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงมาเอง ดังนั้นระหว่างนี้รัฐบาลควรขยายเวลามาตรการตรึงราคาน้ำมัน ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ไว้จนถึงสิ้นปีนี้ก่อน และพิจารณาการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon