‘อลงกรณ์’ เร่ง 5 คลัสเตอร์อาหารอนาคต ผนึกสภาอุตฯ พณ. หอค้าไทย ลุยตลาดพืช ศก.

‘อลงกรณ์’ เร่ง 5 คลัสเตอร์อาหารอนาคต ผนึกสภาอุตฯ พณ. หอค้าไทย ลุยตลาดพืช ศก.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพของไข่น้ำสำหรับเกษตรกรไทยและการส่งออก” ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food Policy) เป็นหนึ่งในนโยบายหลักเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศตลอดห่วงโซ่เกษตรและอาหาร เป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกในยุคนิว นอร์มอล (New Normal)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภายใต้การขับเคลื่อนของ ‘กรกอ.’ เดินหน้าส่งเสริมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ คือผำ หรือไข่ผำ หรือไข่น้ำ (Wolffia) ซึ่งเป็นพืชน้ำล้ำค่า มีฉายาว่า ‘คาเวียร์เขียว (Green Caviar)’ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นสุดยอดซุปเปอร์ฟู้ด (SuperFood) ของอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
1.การวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) และ สวก.
2.การส่งเสริมการผลิต โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมประมง ส.ป.ก. วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ และเอสเอ็มอีเกษตร
3.การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างแบรนด์ใน 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม
4.การตลาดออนไลน์และออฟไลน์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศโดยกระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย
ตั้งเป้าเจาะตลาดมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6 ล้านล้านบาท

“ผำเป็นพืชวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองของไทยมาแต่โบราณกาล วันนี้กลายเป็นซุปเปอร์ฟู้ดของโลกเพราะมีโภชนาการ (Nutrients) ครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ โปรตีน ประกอบกับเป็นพืชน้ำทรงกลมขนาดจิ๋วจึงได้ฉายาว่า Green Caviar นับเป็นพืชที่อยู่ในกลุ่มนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารอินทรีย์ 2.อาหารเสริมสุขภาพ 3.อาหารทางการแพทย์ 4.อาหารนวัตกรรมใหม่

เราส่งเสริมสนับสนุนโดยร่วมมือกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่
1.อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม
2.อุตสาหกรรมอาหารเสริม
3.อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหารเสริม
4.อุตสาหกรรมยาและยาสัตว์
5.อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและบำรุงผิว
นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีอนาคตสามารถสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรฝ่าวิกฤตโควิด-19 เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ” นายอลงกรณ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon