พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายในสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกษตรกรต้นแบบเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) รวม 882 ศูนย์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แอมบาสเดอร์ซิตี้ จ.ชลบุรีว่า จากการรายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่ระบุว่าอีก 20 ข้างหน้าจะเกิดวิกฤตทางด้านอาหาร เนื่องจากความต้องการจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร ในขณะที่เอเชียเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงสุด ดังนั้นไทยจึงมีโอกาสที่จะเป็นมหาอำนาจทางอาหารในอนาคต และคาดว่าใน 10 ปีข้างหน้านี้ราคาสินค้าเกษตรจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้กระแสดังกล่าวมั่นใจว่าทุกประเทศในเอเชียรับรู้ และอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างทางการเกษตร ซึ่งไทยจะต้อง เร่งทำเช่นกันเพื่อยกระดับราคาสินค้ารองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งปัจจุบันการแข่งขันด้านตลาดมีความรุนแรงกดดันให้เกษตรกรต้องปรับตัวเข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพเร็วขึ้น ซึ่งการจัดตั้งศพก. 882 แห่งทั่วประเทศมีความสำคัญ ในการพัฒนาการเกษตรให้มีความ มั่นคง แข็งแรง เพื่อนำไปสู่ระบบเกษตรแปลงใหญ่ต่อไป โดยในปี 2560 จะต้องเห็นเป้าหมายการปฏิบัตได้จริงของ 882 ศูนย์นี้ จากในปี 2559 ที่ศูนย์ประสบผลสำเร็จแล้วในด้านการอบรมเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่ต้องนำไปปฏิบัติในพื้นที่จริงและสร้างเครือข่ายเกษตรรายอื่นขยายวงให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการผลิต สนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้
“วันนี้สินค้าเกษตรมีการแข่งขันสูงมากในตลาดโลก จึงถึงเวลาที่จะต้องกลับมาทบทวนการเกษตรในบ้านเรา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรจนมีรายได้อย่างเพียงพอในการดูแลครอบครัวได้ โดยดำเนินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายให้ ศพก. มีการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มิใช่เป็นเพียงโชว์รูมที่เกษตรกรมาดูงาน แต่ต้องสนับสนุนให้เกษตรกรได้เพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นในพื้นที่เดิมโดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน สำหรับในปี 2560 จะมุ่งสู่ความสำเร็จโดยเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่าย และเพิ่มศักยภาพการพัฒนา ศพก. และเครือข่าย ให้มีประสิทธิภาพในการผลิต ขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างองค์กรเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดการ ศพก. และเครือข่ายแบบมีส่วนร่วม ทั้งนี้ จะมีการประเมินผล ศพก. ทุก 3 เดือน และ 6 เดือน และจะมอบรางวัลให้แก่ ศพก. ที่มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายในแต่ละเขตในช่วงปลายปีงบประมาณอีกด้วย”พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว

