เปิด ‘จตุจักร’ เต็มรูปแบบ แต่ยอดขายยังไม่กระเตื้อง 13,000 แผงกลับมาแค่ครึ่งเดียว กทม.ลดค่าเช่าช่วยเยียวยา

หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบค.) ผ่อนคลาย

หลายมาตรการเพื่อให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย ให้บางกิจกรรมให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้ รวมถึง”ตลาดนัด”ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดให้ 46 ประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ เดินทางเข้าประเทศไทยได้แบบไม่กักตัว เพื่อท่องเที่ยวในพื้นที่ 17 จังหวัดนำร่อง รวมถึง”กรุงเทพมหานคร”  ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564  เป็นต้นไป

วันนี้พาส่องบรรยากาศ”ตลาดนัดจตุจักร”สวรรค์ของนักช้อปทั่วโลก กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง

ขาช้อปเดินเที่ยววันวันละ 4-5 หมื่นคน

นายสุธน สุวรรณภานนท์ ผู้อำนวยการตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ตลาดนัดจตุจักรได้เปิดขายอย่างเต็มรูปแบบ จะเปิดขายไปถึงเวลา 20.00 น.  ปัจจุบันมีผู้ค้าเปิดขายประมาณ 50% จากทั้งหมดมีอยู่ 13,000 แผงค้า

ทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักบ้าง หลังจากปิดไปช่วงโควิด-19 ระบาด คาดหวังหลังรัฐบาลเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติในแถบเอเชีย ทั้งจีนและญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าหลัก

“ช่วงโควิดระบาดระลอก3 มีคนมาเดินตลาดหลัก 1,000 คนต่อวัน ตอนนี้ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อเริ่มกลับมาคึกคักบ้าง แต่ยังไม่เหมือนเดิม มีผู้มาเดินจับจ่ายใช้สอยในตลาดประมาณ 40,000-50,000 คนต่อวัน ยังไม่เท่าช่วงก่อนโควิดที่มีคนมาเดิน 130,000-140,000 คนต่อวัน แต่ถ้าเปิดประเทศน่าจะกระเตื้องขึ้น  ขณะเดียวกันเรามีจัดกิจกรรมและอีเวนต์ ส่งเสริมการขาย กระตุ้นให้คนเข้ามาท่องเที่ยวในตลาดมากขึ้นด้วย”

กทม.ลดค่าเช่าเยียวยาผู้ค้า

นายสุธนกล่าวอีกว่า ปัจจุบันกทม.เยียวยาผู้ค้า ให้เปิดขายได้ 6 วัน เว้นวันจันทร์ที่ปิดทำความสะอาดตลาด โดยวันอังคาร พุธ พฤหัส เปิดขายตลาดต้นไม้ ส่วนวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ จะเปิดขายทั้งตลาด

นอกจากนี้ได้ลดค่าเช่าแผงให้ 50% จาก 1,800 บาทต่อแผงต่อเดือน เหลือ 900 บาทต่อแผงต่อเดือนถึงเดือนธันวาคม 2564 และให้ผ่อนชำระหนี้ค้างเป็นระยะเวลา 5 เดือน เดือนละ 20% ของหนี้ค้างทั้งหมด งดเว้นค่าปรับพร้อมดอกเบี้ย และขยายอายุสัญญาเช่าแผงให้อีก 1 ปี

ยกระดับคุมโควิดลุยตรวจATK

ทั้งนี้ตลาดคงควบคุมการระบาดโควิด อย่างเข้มข้นตามมาตรการด้านสาธารณสุข เช่น สวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าตลาด ล้างมือบ่อยๆ  ให้มีการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจATK โดยแจกและตรวจให้ฟรี กรณีลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตังค์” โดยกทม.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 29-30 ตุลาคมนี้ จะมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจATK ให้ฟรี

“ช่วงที่ตลาดปิดบริการ เราถือโอกาสปรับปรุงสภาพพื้นที่ตลาดใหม่ เช่น ล้างท่อระบายน้ำ ทาสี ปูผิวใหม่ด้วยแอลฟัลต์ คอนกรีต ติดตั้งไฟฟ้า ตรวสสอบสัญญาณCCTV เป็นต้น “นายสุธนกล่าว

โซนด้านนอกคนเดินคึก ด้านในสุดเหงา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศตลาดนัดจตุจักรเริ่มคีกคัก แต่เป็นเฉพาะบางโซนที่อยู่ด้านหน้าหรือที่เรียกกันว่าโซน”ริมราง”เนื่องจากเป็นพ้นที่โปร่ง โล่ง เดินสบาย ทำให้มีคนมาเดินกันมาก ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ทำให้ร้านค้าในโซนนี้คึกคัก ยิ่งร้านไหนให้สแกนคนละครึ่งจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ และมีบางร้านมีจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้า เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือนำสินค้ามาโละสต๊อกขาย 50 บาททั้งร้าน

ขณะที่โซนร้านค้าด้านใน รวมถึงบริเวณหอนาฬิกา บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มีเปิดขายเป็นบางร้าน ขณะที่บางร้านก็ปิดยาวตั้งแต่มีการระบาดโควิด และมีบางร้านปิดประกาศให้เช่า

ผู้ค้าลุ้นเปิดประเทศกระตุ้นรายได้

น.ส.ณัฐพร ชาโท อายุ 40 ปี เจ้าของร้านลานกระเป๋าเปิดขายในโซนหอนาฬิกา เปิดเผยว่า ตลาดยังเงียบอยู่ แต่ก็ดีขึ้นบ้างหลังจากรัฐผ่อนคลายมาตรการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โซนนี้ร้านค้ายังไม่มาเปิด เพราะคนไม่เดิน ส่วนใหญ่จะเดินเฉพาะโซนด้านหน้า

“ยังเปิดขายเพราะไม่ได้ขายหน้าร้านอย่างเดียว ยังมีออร์เดอร์จากการขายออนไลน์และเพจ มีลูกค้าประจำเป็นต่างชาติและร้านค้าโอทอปในต่างจังหวัดอยู่ แต่รายได้ก็ไ่ม่ได้เหมือนก่อนโควิดที่เคยขายได้เดือนละ 1 ล้านบาท เพราะขายส่งไปตามจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย เช่น ตลาดน้ำสี่ภาค พอปิดประเทศ ต่างชาติไม่มา ทำให้ยอดขายลดลงไปมาก เหลือ 40,000 บาท เมื่ออาทิตย์ที่แล้วโชคดีมีลูกค้าจากปารีสสั่งซื้อ แต่ไม่มาก ประมาณ 20,000 บาท  “

น.ส.ณัฐพรกล่าวอีกว่า คาดหวังว่าหลังเปิดประเทศแล้ว จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จะทำให้รายได้ดีขึ้นบ้าง ถึงจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม แต่คาดว่าอย่างน้อยน่าจะมีต่างชาติเข้ามาบ้าง

กลัวอดมากกว่าโควิด 

“ถามว่าเรากลัวมั้ยเปิดใหัต่างชาติเข้ามา เราก็กลัวนะโควิด แต่กลัวอดมากกว่า  เราก็ต้องป้องกันตัวเองด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าโควิดจะหายไปเมื่อไหร่ ถ้ารออย่างเดียว เราจะไม่มีรายได้อะไรเลย อย่างที่ร้านมีรายได้แค่ประคองตัวมาตั้งแต่ปี63-64 ปีหน้าหวังว่าจะดีขึ้น ตอนนี้เพิ่งกลับมาผลิตสินค้าใหม่หลังหยุดไป และขายแต่สต็อกเก่า แต่ไม่ได้ผลิตมากเหมือนเมื่อก่อน ค่อยๆเพิ่มไปตามกำลังซื้อ”

“ป้ามาลี”ร้านขายกระเป๋า เล่าว่า ตลาดเงียบมานานตั้งแต่โควิดระบาดเมื่อปีที่แล้ว ผู้ค้าไม่ได้มาเปิดขายกันหลายร้าน เพราะไม่คุ้ม ไม่มีลูกค้ามาเดินเลย โดยเฉพาะต่างชาติ ตอนนี้ที่ร้านก็ขายไม่ได้ ยังดีที่ตลาดลดค่าเช่าให้ แต่ถ้าให้เปิดขายฟรีจะดีที่สุด

“ร้านนวด”โอดรายได้วันละหมื่นเหลือ4พัน

นายเลิศศิลป์ คีรี ผู้ดูแลร้านนวดแผนไทย กล่าวว่า เพิ่งกลับมาเปิดร้าน มีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 7 คน ลดลงไปมากเมื่อเทียบกับก่อนโควิด มีลูกค้าวันละ 100 คน เพราะตอนนั้นต่างชาติมาใช้บริการมาก โดยเฉพาะคนจีน ที่มากับทัวร์

“รายได้ตอนนี้ 2 วันอยู่ที่ 4,000 บาท ลดลงจากเมื่อก่อนได้วันละ 10,000 บาท หลังเปิดประเทศ คาดหวังว่าจะต่างชาติมาเดินและมาใช้บริการมากขึ้น  “

ด้าน“พร”อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายต้นไม้ อยู่โซนลำราง กล่าวว่า โซนนี้คนเดินเยอะจริง แต่ไม่ค่อยซื้อ ส่วนใหญ่มาเดินดู เดินเล่นมากกว่า แต่ที่ร้านเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ทำให้พอขายได้บ้าง อย่างวันนี้มียอดขายจากคนละครึ่ง 3,000 บาท ขายเงินสดน้อยมากไม่ถึง 500 บาท ถามว่ายอดขายต่อเดือนเท่าไหร่ ตอนนี้ตอบยากแล้วแต่สถานการณ์ บางวันขายได้ บางวันขายไม่ได้ก็มี จากเมื่อก่อนจะขายได้วันละเป็น 10,000 บาท

“รัฐจะเปิดประเทศ ไม่อยากคาดหวังมาก เพราะถึงเราเปิด แต่เขาจะเข้ามาเที่ยวมั้ย ต้องรอดูก่อน เพราะอะไรตอนนี้ก็ไม่เหมือนเดิม “

ขอคนละครึ่งเฟส4 ปลุกมู้ด

ขณะที่“เอ๋” เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า วัย 55 ปี บอกว่า หลังตลาดกลับมาเปิดอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้น เพราะคนอาจจะมั่นใจ ไม่กลัวโควิด เพราะมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว เลยออกมาเดินเที่ยว แต่บรรยกาศค้าขายก็ไม่ได้กลับมาดีขึ้นเท่ากับก่อนโควิด เพราะตลาดจตุจักรประาณ 90% เป็นต่างชาติที่มาเดินในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อปิดประเทศ มีโควิด ต่างชาติไม่มี การค้าขายก็ซบเซา

“คนเดินเยอะเฉพาะโซนนอกๆ เพราะโล่ง ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่มาเดินดูของ ถามว่ารายได้ดีขึ้นมั้ย ก็ดีขึ้นกว่าช่วงโควิดที่รายได้หายไปเกิน 50% แต่ไม่เท่ากับก่อนมีโควิด ที่อยู่ได้เพราะเจ้าของแผงลดค่าเช่าให้ มีโครงการคนละครึ่งที่ช่วยได้บ้าง ถ้ามีเฟส4 น่าจะดี หลังเปิดประเทศคาดว่าจะคึกคักขึ้น แต่ก็ต้องระวังไม่ให้มีการระบาดกลับมาอีกระลอก เพราะช่วงสงกรานต์จะเป็นหน้าขาย ไม่อยากให้ซ้ำรอยสงกรานต์ปีที่แล้ว”

ปิดท้ายที่”ยุ้ย” สาวออฟฟิศ อายุ 26 ปี บอกว่า เพิ่งมาเดินตลาดนัดจตุจักรเป็นครั้งแรกหลังตลาดเปิด นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้มีแหล่งท่องเที่ยวผักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะที่ผ่านมาต้องอยู่บ้านตลอด ขณะเดียวกันต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโควิดให้ชิน  ส่วนการที่รัฐเปิดประเทศก็ดีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องมีมาตรการรองรับอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon