ค้าปลีกโอดคลายล็อก กำลังซื้อฟื้นไม่เต็มที่แต่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เหตุหวังของขวัญปีใหม่รัฐเติมมาตรการ

ค้าปลีกโอดคลายล็อก กำลังซื้อฟื้นไม่เต็มที่ แต่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เหตุหวัง ‘ของขวัญปีใหม่’ รัฐเติมมาตรการ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจผู้ประกอบการ Modern Trade ไตรมาส 3ปี 2564 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade (MTSI) ในไตรมาส 3/2564 ปรับสูงขึ้นอีกครั้งในรอบ 2 ไตรมาส โดยดัชนีรวมอยู่ที่ 47.9 ดัชนีฯในปัจจุบันอยู่ที่ 47.1 และดัชนีฯในอนาคตอยู่ที่ 48.7 เนื่องจากปลายไตรมาส 3 รัฐทยอยคลายล็อกมาตรการต่างๆ และผู้ประกอบการมองว่าค้าปลีกน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนียังต่ำกว่า 50% ทั้งจากองค์ประกอบการในการคำนวณดัชนี จากรายรับ กำไร ราคาขาย จ้างงาน ต้นทุน ยังอยู่ในระดับทรงตัวหรือดีเล็กน้อย ยกเว้นจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลังคลายล็อก แต่มีมุมมองต่อไตรมาส4/2564 ดีขึ้น เพราะมองผลดีรัฐบาลจะคลายล็อกที่เหลือ เปิดประเทศ และแรงกระตุ้นใช้จ่ายของภาครัฐส่งท้ายปี

“แนวโน้มดัชนีค้าปลีกน่าจะฟื้นสู่ระดับมาตรฐานที่ดีที่ 50 ได้ในไตรมาสแรกปีหน้า โดยผู้ประกอบการขอให้รัฐเร่ง 4 เรื่องเป็นแรงผลักดัน คือ ฉีดวัคซีนให้เกิน 70-80% ก่อนปีไหม่ ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายโดยนำลดภาษีจากค่าใช้จ่ายป้องกันโควิดทุกแบบไม่แค่ชุดตรวจ บริหารจัดการเรื่องน้ำท่วมไม่กระทบวงกว้าง และสร้างความมั่นใจรวมถึงมีแผนรับมือหลังเปิดประเทศเพื่อไปกลับไปล็อกดาวน์” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จีดีพีค้าปลีกเป็นสัดส่วน 15% ของจีดีพีรวมของประเทศไทย หรือมีมูลค่าในอุตสาหกรรมค้าปลีกและธุรกิจที่เกี่ยวข้องประมาณ 2.5-3.0 ล้านล้านบาท และปกติจะขยายตัวปีละ 2% หากจีดีพีประเทศโต1-1.5% ในส่วนนี้เป็นจีดีพีที่เกิดจากโมเดิร์นเทรด 65% ของจีดีพค้าปลีกรวม หรือประมาณ 1.2-1.5 ล้านล้านบาท ดังนั้น ถือเป็นกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ หากรัฐเร่งกระตุ้นใช้จ่ายและฟื้นฟูค้าปลีกโดยเฉพาะรายย่อย รวมกับมาตรการกระตุ้นผ่านโครงการหรือมาตรการต่างไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท ในปี 2565 บวกกับเปิดประเทศ ที่คาดมียอดนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลดีต่อการขยายของจีดีพีปีหน้าได้ 5% จากปีนี้คาดว่า 1.3-1.5%

นางสาวชนิดา จันทร์สิริพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ กลุ่มค้าปลีกและบริการ สภาหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้มีการคลายล็อกกิจการ แต่พบว่ากำลังซื้อยังไม่ฟื้นเท่าที่ควร ประชาชนยังคาดหวังรัฐจะออกมาตรการรัฐมาอีกก่อนปลายปีนี้ ที่คาดหวังคือโครงการช้อปดีมีคืน ที่ธุรกิจเสนอให้ถึง 2 แสนบาท/คน และร้านค้าส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ยังเข้าไปถึงเงินทุนเพื่อเป็นเงินหมุนเวียนการเปิดธุรกิจอีกครั้ง หลังจากปิดตัวมานาน 2 ปี จึงพบว่าแม้ค้าปลีกเปิดแต่ร้านค้ากลับมาเปิดไม่เท่าเดิม ลดลงจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐเร่งแก้ไขเกณฑ์ปล่อยซอฟต์โลนเพื่อให้เข้าถึงเงินทุนได้จริง ลดการติดขัดที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐก็เหลืออีก 2.5 แสนล้านบาท น่าจะเร่งปล่อยฟื้นฟู ให้ธุรกิจกลับมาอีกครั้ง รวมถึงลดต้นทุนบริการ เช่น ลดค่าน้ำค่าไฟ หรือ เพิ่มลดหย่อยภาษีต้นทุนป้องกันโควิดให้ผู้ประกอบการ เพราะรายย่อยไม่อาจแบกรับส่วนนี้ได้ทั้งหมด

“แม้ค้าปลีกมองว่าดีขึ้น แต่ยังไม่เต็มที่ ประชาชนลังเลใช้จ่าย และยังไม่เชื่อมั่นในหลายเรื่อง ทำให้เงินเข้าระบบไม่ได้มาก ซึ่งอย่างไรปีนี้ตลาดค้าปลีกน่าจะไม่ดีเท่าปีก่อน โดยปกติค้าปลีกสมัยใหม่จะมีเงินสะพัดประมาณ 4 แสนล้านบาท ก็อยู่ระหว่างติดตามตัวเลข” นางสาวชนิดา กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon