โรงแรมเหนือ เผยท่องเที่ยวคึกคักขึ้น เริ่มเห็นยอดจองห้องพักทั้งตลาดไทย-ต่างชาติ ฟื้นตัวได้บ้าง

โรงแรมเหนือ เผยท่องเที่ยวคึกคักขึ้น เริ่มเห็นยอดจองห้องพักทั้งตลาดไทย-ต่างชาติ ฟื้นตัวได้บ้าง

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการเดินทางท่องเที่ยวฟื้นตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เข้ามาช่วยกระตุ้นการเดินทาง ซึ่งพบว่ากระแสตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการดีมาก โดยเห็นผู้ประกอบการตื่นตัวที่จะกลับมาเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง มีการขยับวางแผนมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหากเดินหน้าไปได้แบบนี้ต่อไป ไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก จะทำให้การท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคมนี้ เห็นอัตราการเข้าพักโตของโรงแรมเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ฟื้นตัวขึ้นกว่า 30% จากเดิมที่คาดว่าจะฟื้นได้ประมาณ 20% เทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอัตราการเข้าพักลดลงเหลือเพียง 3-5% เท่านั้น รวมถึงยังพบว่า คนในพื้นที่ตลาดภาคกลางยังเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวในประเทศ ที่จะกระจายไปท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่เริ่มเห็นยอดจองมีเข้ามาบ้างแล้ว แต่ไม่ได้มีมากนัก เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยมักวางแผนการเดินทางและจองโรงแรมที่พักในช่วงใกล้วันเดินทางจริง หรือจองล่วงหน้าไม่เกิน 3 วันเท่านั้น ทำให้ต้องดูช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้อีกครั้ง ว่ายอดจองที่พักในช่วง 2 เดือนที่เหลือ (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ของปี 2564 จะดีขึ้นมากน้อยอย่างไร

นางละเอียด กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ฉีดวัคซีนครบโดส มาจากประเทศเสี่ยงต่ำ ซึ่งสามารถเที่ยวได้แบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเริ่มเห็นความต้องการ (ดีมานด์) ของนักท่องเที่ยวสอบถามและจองที่พักเข้ามาแล้ว จึงอยากให้ยกระดับความเข้มข้นในการบูรณาการหรือสร้างตลาดในประเทศมากขึ้น เพื่อดึงการท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า 70% ที่มีอยู่ให้ฟื้นกลับมาเร็วที่สุด เนื่องจากความหวังของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ตอนนี้ก็ยังเป็นตลาดคนไทยเป็นหลัก เพราะแม้จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาได้สะดวกขึ้นแล้ว แต่ตลาดต่างชาติ อีก 30% ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเที่ยวไทยรวดเดียวทั้ง 30% ทันที แต่เป็นการเตรียมพร้อมรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งมากกว่า จึงอยากให้พัฒนาระบบที่อำนวยความสะดวกและตอบโจทย์การ ท่องเที่ยวในประเทศ เหมือนที่เราพัฒนาระบบชบา มาใช้เป็นแพลตฟอร์มจองโรงแรมที่พักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเข้ามาเที่ยวไทย รวมถึงขณะนี้เราไม่คาดหวังให้ผู้ติดเชื้อโควิดเหลือเป็นศูนย์ แต่ต้องพยายามอยู่ร่วมกันให้ได้ รัฐบาลจึงต้องควบคุมการระบาดให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และหากมีการติดเชื้อใหม่ขึ้นต้องคุมไม่ให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ และลดอัตราการเสียชีวิตให้น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ ซึ่งเงินจะหมุนเวียนในประเทศ การใช้จ่ายกลับมา ภาพบรรยากาศจะดีขึ้น

“สิ่งที่ผู้ประกอบการเอกชนอยากได้มากที่สุดคือ กระแสเงินสด ทำให้เมื่อมีดีมานด์กลับมา แต่ยังไม่กลับมาเต็มที่ ก็ทำให้ผู้เประกอบการบางส่วนยังไม่ได้กลับมาเปิดให้บริการใหม่ แต่ขอรอให้เห็นความชัดเจนของดีมานด์ตลาดท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติก่อนว่า จะกลับมาได้มากน้อยเท่าใด เพื่อป้องกันการขาดทุนหากกลับมาเปิดแล้วไม่คุ้มกับที่ปิดตัวชั่วคราวไป บวกกับภาวะในขณะนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการคงไม่ฉวยโอกาสในการปรับขึ้นราคาห้องพักแบบผิดปกติ เพราะคงไม่มีใครอยากฆ่าตัวเองตายแบบซ้ำซ้อน แต่ที่ยังเห็นราคาห้องพักอยู่ในหลักพันบาทถึงหมื่นบาทขึ้นไป เป็นเพราะคุณภาพและระดับของโรงแรมแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน การอำนวยความสะดวก ประสบการณ์ที่ได้รับต่างกัน จึงไม่สามารถทำราคาห้องพักระดับ 3 ดาว ให้เท่ากับระดับ 1 ดาวได้” นางละเอียด กล่าว

นางละเอียด กล่าวว่า แนวคิดการดึงน.ส.ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า แบล็กพิงก์ และ แอนเดรีย โบเชลลี นักร้องโอเปร่าชาวอิตาลี ร่วมเคาต์ดาวน์ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ถือว่าเข้าใจได้ เพราะขณะนี้เรากำลังใช้ทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อชูภาพการท่องเที่ยวของภูเก็ต สะท้อนตลาดท่องเที่ยวขอใประเทศไทย ถือเป็นการนำร่องให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากมา รวมถึงภูเก็ตมีตลาดลูกค้าแบบเฉพาะของตัวเอง ที่โตกว่าเชียงใหม่เกือบ 100 เท่า ทำให้หากช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องดี ส่วนเชียงใหม่ หรือภาคเหนือนั้น การวางแผนจัดงานเคาต์ดาวน์ในตอนนี้ ยังไม่มีแนวทางว่าจะจัดหรือไม่จัดอย่างไร เพราะผู้ประกอบการยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดได้หรือไม่ คงต้องดูในระยะใกล้ๆ จริงๆ ส่วนรูปแบบคงเป็นการจัดแสดงของวงดนตรี หรือนักดนตรีในพื้นที่ มากกว่า เพราะล่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิดจนไม่มีงานเหมือนกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon