หน้าแรก เศรษฐกิจ อึ้ง!ปีนี้ควา...

อึ้ง!ปีนี้ความสามารถการแข่งขันของไทยแย่ลงจากอันดับ32มาอยู่ที่34

28.09.16 | 13:09 น.

นายพสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (จีซีไอ) ประจำปี 2559 ที่ทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) ว่า เมื่อเปรียบเทียบความสามารถการแข่งขันของ 138 ประเทศทั่วโลก ในปี 2559 นี้ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 34 มีคะแนน 4.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน ลดลงจากปี 2558 ที่อยู่ในอันดับ 32 ได้รับคะแนน 4.64 คะแนน ทั้งนี้ประเทศที่ถูกจัดอันดับ 1-10 คือ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดน สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฮ่องกง และฟินแลนด์ตามลำดับ


นายพสุกล่าวว่า ทางคณะพาณิชยศาสตร์ฯ ได้ทำการเก็บข้อมูลเชิงลึกจากแบบสอบถามกับผู้บริหารระดับสูงทั้งจากองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็กในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ตามเกณฑ์ที่ดับเบิ้ลยูอีเอฟกำหนด โดยมีตัวชี้วัด 114 ตัว แบ่งเป็น 12 ด้านที่สะท้อนภาพความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของประเทศ

นายพสุกล่าวว่า หากเปรียบเทียบความสามารถการแข่งขันของไทยในปี 2558 ที่ผ่านมา จะพบว่าด้านที่มีอันดับดีขึ้นและส่งผลบวกต่อดัชนีความสามารถทางการแข่งขันโดยรวม ได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค ที่ได้รับคะแนนเพิมขึ้นเป็น 6.1 คะแนน จากเดิม 5.7 คะแนน และได้รับอันดับดีขึ้นเป็นอันดับที่ 13 จากเดิมอันดับที่ 27 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นจากเห็นได้ชัด จากในแง่สมดุลในงบประมาณรัฐบาล สัดส่วนการออมของประเทศต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ที่สูงขึ้น และสัดส่วนหนี้รัฐบาลต่อจีดีพีที่ลดต่ำลง นอกจากนี้ ในด้านนวัตกรรมได้รับคะแนนเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ได้รับอันดับดีขึ้นเป็นอันดับ 54 จากเดิมอันดับ 57

นายพสุกล่าวว่า ดัชนีชี้วัดที่น่าสนใจของไทยที่ได้รับการจัดให้อยู่ใน 30 อันดับแรกของโลก ประกอบด้วยสมดุลในงบประมาณรัฐบาล และสัดส่วนการออมของประเทศต่อจีดีพี ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 13 จากปี 2558 ที่อยู่ในอันดับ 46 และ 26 ตามลำดับ ในส่วนขนาดตลาดต่างประเทศอยู่ในอันดับที่ 13 และขนาดตลาดภายในประเทศอยู่ในอันดับที่ 22 นอกจากนี้แล้วพบว่า สัดส่วนของการส่งออกต่อจีดีพีอยู่ในอันดับที่ 18 นับว่าสูงมากเช่นกัน ทางด้านบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจอยู่ในอันดับที่ 23 ปัจจัยด้านการตลาดอยู่ในอันดับที่ 24 และระดับการมุ่งเน้นลูกค้าอยู่ในอันดับ 26 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในประเด็นดังกล่าว ไทยได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในระดับโลก

Advertisement