ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดจีดีพี 65 โต 3.7% มองไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อแต่เศรษฐกิจชะลอตัว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดจีดีพี 65 โต 3.7% มองไทยยังไม่เข้าสู่ Stagflation

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจัยบวก จากการฉีดวัคซีนที่มากขึ้น การคลายล็อกดาวน์เร็วกว่าที่คาด การเปิดประเทศที่เร็วขึ้นนี้ ทำให้ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.5 แสนคน มาเป็น 1.8 แสนคน ดังนั้น ในภาพรวมแล้ว จึงทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2564 โดยปรับเพิ่มคาดการณ์ขึ้นจากหดตัว -0.5% มาอยู่ที่ 0.2% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากน้ำท่วมและภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลอดจนความเสี่ยงที่การแพร่เชื้อในประเทศจะกลับมาหลังเปิดประเทศยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2564 เป็นไปอย่างจำกัด

นางสาวณัฐพรกล่าวว่า ส่วนปี 2565 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว โตอยู่ที่ 3.7% จากความครอบคลุมของประชากรที่จะได้รับวัคซีนเกินกว่า 70% ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ลง และการดำเนินธุรกิจไม่หยุดชะงัก ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 2 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการส่งออก การใช้จ่ายครัวเรือนที่ฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ และการกลับมาบริโภคหลังจากไม่ได้ใช้จ่ายในช่วงล็อกดาวน์ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจะอยู่ที่ราคาพลังงานสูงและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือการเกิดภาวะเงินเฟ้อแต่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยมองเงินเฟ้อในปี 2565 อยู่ที่ 1.6% บนเงื่อนไขที่ราคาน้ำมันโลกไม่ได้เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเป็นระยะเวลายาวต่อเนื่อง

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน กันยายน ถึง ตุลาคม 2564 คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับในภาคเกษตร ซึ่งน่าจะกระทบทั้งหมดประมาณ 6-7 ล้านไร่ ประเมินความเสียหาย 1.2 หมื่นล้านบาท รวมถึงนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะภาคบริการและแรงงานรับจ้างรายวันที่ได้รับผลกระทบจากการที่ธุรกิจหยุดชะงักลงบางพื้นที่ในกว่า 30 จังหวัด ประเมินความเสียหาย 1.3 หมื่นล้านบาท ดังนั้น โดยรวมแล้ว คาดว่ากระทบเศรษฐกิจไทยประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.16% ของจีดีพี ซึ่งน้อยกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2551, 2553 และ 2560 ที่ผ่านมา และได้รวมผลกระทบข้างต้นในประมาณการจีดีพีปี 2564 แล้ว

นางสาวเกวลินกล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูง ในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลในระยะที่เหลือของปีนี้ อยู่ในช่วง 25.0-29.2 บาทต่อลิตร จะมีผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.55-0.73% และต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.33-0.44% หรือรวมกันธุรกิจจะมีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1% แต่ท่ามกลางภาวะที่ราคาน้ำมันชนิดอื่นๆ ปรับขึ้นแรงกว่าน้ำมันดีเซลที่ยังมีกลไกการดูแลราคาจากภาครัฐ รวมถึงการที่ต้นทุนอื่นๆ โน้มเพิ่มขึ้นในภาวะที่ยอดขายยังไม่กลับมา ก็ย่อมจะเพิ่มโจทย์การฟื้นตัวให้กับภาคธุรกิจ ขณะที่ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันต่อในปีหน้าด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon