“ทาลิส”คาดปีหน้าหุ้นไทยติดปีกแตะ1,800จุด-แต่ปีนี้ยังแป้กต่างชาติส่อขายฟันกำไร

28.09.16 | 15:30 น.

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองว่าในปี 2560 หุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 1,800 จุด เพราะได้รับแรงบวกจากกำไรบริษัทจดทะเบียนที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 8.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 7.8 แสนล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นเป็น 105-106 บาทต่อหุ้น จากปีนี้ที่คาดว่าทำได้ 95 บาทต่อหุ้นโดยปัจจัยลบต่างๆ ที่มีผลต่อผลประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสื่อสาร ธนาคาร พลังงาน ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว นักลงทุนต่างประเทศจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ และมองกรอบต่ำสุดของปี 2560 อยู่ที่ 1,400 จุด


“การประมาณการดัชนีระดับ 1,400-1,800 จุด มีความเป็นไปได้เพราะหุ้นไทยแต่ละปีจะแกว่งตัวในระดับ 300-400 จุดต่อปี อย่างในปี 2559 หุ้นไทยแกว่งตัวถึง 340 จุด อีกทั้งมีปัจจัยบวกจากกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยที่ทำจุดสูงสุดใหม่ จีดีพีไทยโตเป็น3.4-3.5% จากปีนี้ที่คาดว่าโต 3.2-3.3% แต่การประเมินนี้จะต้องไม่มีผลกระทบรุนแรงใหม่ๆ มากระทบหุ้นไทย”นายประภาสกล่าว

นายประภาสกล่าวว่า สำหรับภาวะหุ้นไทยในปัจจุบัน เริ่มเห็นกระแสการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศหลังจากปีนี้เข้ามาซื้อมากถึง 1.3-1.4 แสนล้านบาท นักลงทุนต่างชาติอาจเห็นว่าหุ้นไทยปรับขึ้นร้อนแรงมากจนติดอันดับ 5 ของโลกหากขึ้นไปมากกว่านี้จะเข้าข่ายร้อนแรงเกินไป อีกทั้งเห็นแรงผันผวนและทราบปัจจัยลบในประเทศจึงเริ่มขายทำกำไร จึงมองกรอบหุ้นไทยจากนี้ถึงปลายปี 2559 ที่ 1,400-1,500จุด แนวโน้มผันผวนขาลง แนะนำช่วงนี้ให้นักลงทุนถือเงินสดมากกว่า 50% และทยอยเข้าหลังดัชนีใกล้ 1,400 จุด ระยะสั้นให้เทรดขึ้นขาย-ลงซื้อ ซึ่งทางบริษัทถือเงินสดมากถึง 95% เนื่องจากเห็นความผิดปกติของตลาดหุ้นไทย แม้ว่าปลายปีจะมีแรงซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(แอลทีเอฟ) เข้ามาแต่ไม่หนุนดัชนีมากนัก เพราะผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนทั้งหมดเพราะกันเงินบางส่วนไว้รอรับแรงขายแอลทีเอฟในช่วงต้นปีหน้า

นายประภาสกล่าวว่า ทั้งนี้ ในปี 2560 ยังมองว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจ ส่วนหุ้นไทยยังดีกว่าต่างประเทศต่อเนื่องจากปีนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมออกกองทุนรวม”กองทุนเปิดทาลิสเฟล็กซิเบิ้ล” ซึ่งเป็นกองทุนรวมแรกของบริษัท คาดว่าจะเริ่มขายได้ในเดือนตุลาคมนี้ จากก่อนหน้านี้บริษัทให้บริการเฉพาะกองทุนส่วนบุคคล ที่มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ(เอยูเอ็ม) ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท

Advertisement