เอสซีจี ชี้ราคาน้ำมันแพง ดันต้นทุนพุ่ง 20% แนวโน้มตลาดโลกพุ่งต่อ

เอสซีจี ชี้ราคาน้ำมันแพง ดันต้นทุนพุ่ง 20% แนวโน้มตลาดโลกพุ่งต่อ

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยถึงผลกระทบราคาน้ำมันแพงต่อธุรกิจ ว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่สูงขึ้นได่ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจ โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม-กันยายน2564) ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 20% เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย และการเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมันตึงตัว เพราะช่วงที่ผ่านมาผู้ผลิตไม่ได้ลงทุนรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นแบบไม่คาดคิด จึงไม่น่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับตามความต้องการได้ทันต่อสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยที่ปรับตัวดีขึ้นจะเป็นแรงส่งถึงต้นปี 2565

“คาดว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นด้วย และหากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยยังไม่จบ จนต้องกลับมาล็อกดาวน์บางส่วน จะกระทบต่อการผลิตและการขนส่งสินค้า กดดันราคาสินค้าแพงขึ้นเช่นกัน บริษัทจึงมีการบริหารจัดการลดต้นทุนราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม”นายรุ่งโรจน์กล่าว

สำหรับงบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีในไตรมาส 3/2564 มีรายได้จากการขายจะอยู่ที่ 131,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น แต่มีกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11% จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และการปิดเมือง แม้กำไรลดลงจากการปิดประเทศ ต้นทุนพลังงาน และวัตถุดิบสูงขึ้น แต่สถานะทางการเงินของเอสซีจียังแข็งแกร่ง ปัจจุบันกำลังเร่งดำเนินกลยุทธ์ตามแนวทางอีเอสจี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนต่างๆ และภาวะเงินเฟ้อที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคต รวมทั้งเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาซื้อขายพลังงานล่วงหน้า การเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ตลาดและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon