นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในระหว่างเสวนา “ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน 2017 ” จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด ว่า ส่วนตัวยังมองว่าการลงทุนของภาครัฐยังคงล่าช้า สิ่งที่ดำเนินการอยู่เป็นโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้า เหตุผลที่เงินของรัฐเข้าระบบช้าเพราะมีกติกาบางอย่างที่อาจไม่มีความเป็นสากล เช่น การแบ่งรถไฟความเร็วสูงให้แต่ละประเทศเป็นคนดำเนินการ ซึ่งส่วนตัวไม่มั่นใจว่าจะเปรียบเทียบความถูกความแพงกับหลักการใด อัตราดอกเบี้ยจะสูงไปหรือไม่ ซึ่งเดิมการจะลงทุนก่อสร้างจะต้องเปิดประมูลให้แต่ละเจ้ามาประกวดราคาแข่งกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าราชการทำงานยากจึงไม่กล้าตัดสินใจ จึงต้องเสนอคณะรัฐมนตรี หรือขอให้ใช้ ม.44 มาช่วยในการตัดสินใจ
นายทนงกล่าวว่า มองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะโตประมาณ 3% เพราะยังมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกที่ได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกซึ่งมีปัจจัยใหม่ๆ รออยู่ การลงทุนรัฐยังไม่รวดเร็วเท่าที่ควร การบริโภคของประชาชนผู้มีรายได้น้อยยังไม่กลับมามากนัก รวมทั้งเอกชนยังไม่ค่อยกล้าลงทุน แต่อย่างไรก็ตาม พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังถือว่าดีและปลอดภัยฐานะการเงินของประเทศยังดี

