ทีโอทีจับมือสพฉ.ให้บริการ’ตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต’หวังช่วยดันรายได้ธุรกิจโทรศัพท์สาธารณะ

28.09.16 | 16:30 น.

นายจุมพล ธนะโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่ และ บรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การเตรียมพร้อมการติดตั้ง และการฝึกใช้เครื่อง Automated External Defibrillator (เออีดี) ในโครงการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต ระหว่าง ทีโอที และ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ว่า บริการ “ตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต” เป็นบริการที่สามารถโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ฟรี เมื่อยกหูและกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ซึ่งภายในตู้โทรศัพท์จะมีเครื่องมือเบื้องต้นในการช่วยเหลือ อาทิ ชุด Frist aid, ชุด PPE และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังมีจอทีวีฉายวีทีอาร์สอนการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น โดยการทำงานของตู้มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่นำสมัย ทำให้ผู้แจ้งเหตุใช้งานง่าย และรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการเปิดตู้ ระบบจะส่งสัญญาณ แสงและเสียง พร้อมระบบจีพีเอส  ระบุสถานที่ของตู้จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้น ระบบบันทึกเสียงจะเริ่มทำงาน โดยอัตโนมัติ ผู้แจ้งเหตุสามารถติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ทั้งภาพและเสียง นอกจากนี้ ภายในตู้ยังมีเอกสารแนะนำเบอร์ฉุกเฉินต่างๆ เช่นกัน

“โครงการนี้เป็นความร่วมมือระยะ 4 ปี (พ.ศ.2559-2562) โดยปี 2559-2560 จะติดตั้ง 100 ตู้ จากนั้นในปี 2561 จะติดตั้งเพิ่มอีก 100 ตู้ และ ปี 2562 อีก 100 ตู้ รวมเป็น 300 ตู้ โดยทีโอทีจะมีรายได้จากการให้เช่าตู้ ตู้ละประมาณ 1,300 บาท ต่อเดือน” นายจุมพลกล่าว และว่า โครงการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้แก่ทีโอทีได้อีกทางหนึ่ง ให้แก่กลุ่มธุรกิจตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยทีโอทียังคงมีตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ราว 120,000 ตู้ แบ่งเป็นเขตนครหลวง 2 หมื่นตู้ และ 1 แสนตู้ในเขตภูมิภาค ซึ่งยังมีรายได้เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนอยู่ที่ 200 บาท คิดเป็นรายได้ต่อปีที่ 288 ล้านบาท นอกจากนี้ ทีโอทียังมีรายได้จากการให้เช่าตู้เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาด้วยซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนที่ 800 บาท แต่มีเพียงไม่กี่ตู้เฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น ทีโอทียังมีรายได้จากการเป็นพันธมิตรมายาวนานกว่า10 ปี กับ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในการให้เช่าตู้ติดตั้งตู้บุญเติม ซึ่งล่าสุดได้ต่อสัญญาต่อเนื่องในการติดตั้งตู้ 6,000 ตู้ ในปี 2561 โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนที่ 650 บาท และในอนาคตยังมีแผนจะใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นจุดติดตั้งฮอตสปอตไวไฟเพื่อให้บริการในแหล่งชุมชน เช่น สถานีขนส่ง โรงเรียนกวดวิชา รถไฟฟ้า เป็นต้น

น.พ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า สพฉ.และ ทีโอที เห็นความสำคัญในการเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของประชาชน ที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกสถานพยาบาล เนื่องจากตามหลักแล้วหากสมองคนเราถ้าขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเกินกว่า 4 นาที จะมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองบางส่วนไปได้อย่างถาวร แม้หัวใจจะสามารถกลับมาเต้นใหม่ได้ในภายหลัง แต่สมองส่วนที่เสียไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้สมบูรณ์ดังเดิมอีก ดังนั้น การช่วยชีวิต ขั้นพื้นฐานจึงถือเป็นหนึ่งวิธีการที่จะยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้น กะทันหันได้เป็นอย่างดี และการช่วยฟื้นคืนชีพจะได้ผลดี ต้องทำควบคู่กับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจ ด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ เออีดี ก็จะเพิ่มโอกาสรอดได้ถึง 45% จึงได้ร่วมมือรณรงค์ให้มีการเตรียมพร้อมในการติดตั้งเครื่องเออีดี ในโครงการ “ตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต” ในตู้โทรศัพท์สาธารณะซึ่งติดตั้งในสถานที่ที่มีโอกาสและความเสี่ยงในการเกิดภาวะฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล และสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีประชาชนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน