หน้าแรก เศรษฐกิจ สถานบันเทิง ถ...

สถานบันเทิง ถ.ข้าวสาร ปัดฝุ่น จ่อบริการ 1 พ.ย. ขอ 7 วันประเมินเวลาปิด-เปิด

30.10.21 | 18:32 น.

สถานบันเทิง ถ.ข้าวสาร ปัดฝุ่น จ่อบริการ 1 พ.ย. ขอ 7 วันประเมินเวลาปิด-เปิด

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจบนถนนข้าวสาร เปิดเผย “มติชน” ว่า การเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ประกอบการสถานบันเทิงบนถนนข้าวสารเปิดให้บริการ 20 – 30 ร้าน หลังจากผ่อนคลายเรื่องการจำหน่ายและนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ได้ ส่วนร้านค้าหรือบริการประเภทอื่น อาทิ ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปหรือของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ร้านนวดสปา คาดว่าจะทยอยเปิดหลังจากนั้น

ทั้งนี้ สมาคมฯได้ขอความร่วมมือกับเจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงที่จะเปิดให้บริการ ยังเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และป้องกันไม่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดหลังจากเปิดบริการ อาทิ จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ ไม่เกิน 70% ของพื้นที่ปกติ ห้ามผู้ใช้บริการยืน เดิน เพื่อรวมกลุ่มหรือลุกขึ้นเต้น

นอกเหนือจากผู้ให้บริการต้องปฎิบัติตามมาตรการพื้นฐานการป้องกัน เช่น ฉีดวัคซันครบโดส ตรวจเชื้อเอทีเคต่อเนื่อง ใส่แมสก์ตลอดการให้บริการ และจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง โดยส่วนของสมาคมฯได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และจุดตรวจ 2 จุด เข้า-ออก เพื่อคัดกรองผู้เข้าใช้บริการที่ต้องแสดงว่าได้มีการฉีดวัคซีน วัดอุณหภูมิ เพื่อให้เกิดความมั่นใจทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ

นายสง่า กล่าวว่า เฉพาะสถานบันเทิงเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ใช้ผับ-บาร์ บนถนนข้าวสารอาจเปิดได้ในสัปดาห์แรก 70 – 80% ส่วนสถานบริการบันเทิงการคืนแบบมีเวทีกิน ดื่ม เต้น คงยังไม่มีใครเปิด เพราะต้องรอดูสถานการณ์ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประเมินได้ว่าช่วง 2 เดือนแรกส่งท้ายปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพักหรือเที่ยวถนนข้าวสารน่าจะไม่มาก ดูจากยอดจองล่วงหน้าห้องพักบนถนนข้าวสาร มีเพียง 1 คนจองเดือนพฤศจิกายน และ 4 คนในเดือนธันวาคม ทั้งหมดเป็นชาวยุโรป ดังนั้นจากนี้ถึงปีหน้า จำนวนนักเที่ยวยังต้องพึ่งพาคนไทย และน่าจะมาใช้บริการคืนวันศุกร์และวันเสาร์ เป็นหลัก ส่วนร้านอาหารทั่วไปหลังอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ คาดว่าจะเพิ่มยอดใช้บริการกลับมาได้ 80 – 90% ช่วง 2 เดือนจากนี้ จากผ่อนคลายก่อนนี้ฟื้นมาแค่ 60 – 70%

Advertisement

“บรรยากาศบนถนนข้าวสารเป็นอย่างไร ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน 7 วัน รวมถึงผู้ค้าเองต้องดูสถานการณ์การขายช่วงวันศุกร์และเสาร์ในเดือนพฤศจิกายนก่อนว่าจะอย่างไร และเรื่องโควิดไม่กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ร้านที่เปิดเพื่อให้มีรายได้และพอจ้างแรงงาน ไม่ได้คาดหวังรายได้เท่าเดิม อีกเรื่องต้องดูว่าเวลาเปิด-ปิดสอดคล้องต้นทุนและค่าใช้จ่ายหรือไม่ เบื้องต้นน่าจะกลับมาแค่ 20% จากที่ปกติธุรกิจบนถนนข้าวสารสร้างเงินสะพัด 180 – 200 ล้านบาทต่อเดือน กว่า 80% เป็นการใช้จ่ายจากต่างชาติ แต่ตอนนี้คงพึ่งคนไทยมาเที่ยว และกว่าจะฟื้นตัวใกล้เคียงเดิมคงปี 2566 โดยสัปดาห์หน้าสมาคมจะหารือกับทางเขตพระนครเพื่อทำความเข้าใจต่อการเปิดบริการและหลักปฎิบัติต่างๆ” นายสง่า กล่าว

สำหรับการเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ยังต้องติดตามเรื่อง 1.เร่งการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า 80% ก่อนเข้าปีใหม่ การ์ดไม่ตกในด้านมาตราการป้องกันโควิด 2.ค่าใช้จ่ายการซื้อประกันสุขภาพเพื่อมาเที่ยวไทย หากจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาได้มากขึ้น อยากให้ลดจาก 5 หมื่นเหรียญต่อคน เหลือ 2 – 3 หมื่นเหรียญต่อคนแทน และ 3.รัฐควรเพิ่มรณรงค์คนไทยเที่ยวไทยผ่านมาตรการต่างๆ ได้แล้ว เพราะเชื่อว่าอย่างไรปลายปีนี้ถึงปี 2565 ท่องเที่ยวไทยยังต้องพึ่งพาตลาดคนไทย ส่วนเรื่องเคาต์ดาวน์จะเชิญศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียง อยากให้รัฐพิจารณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้ประกอบการอยากได้ เช่น กลุ่มคนมีรายได้สูง และพักในไทย เป็นเวลานาน อีกทั้ง ควรเลือกศิลปินหรือนักร้องหรือจัดงานที่เหมาะสม เป็นการใช้งบประมาณที่เหมาะสมและคุ้มค่ากว่า เพราะอย่างไรเชื่อว่าเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2565 ยังเป็นคนไทยออกมาท่องเที่ยวมากกว่าคนต่างชาติ