“สมคิด”นั่งหัวโต๊ะ แจกการบ้านผู้บริหารคลัง สั่งรับมือสังคมสูงวัย จัดแพคเกจชงครม.อีก 1-2 สัปดาห์หน้า

28.09.16 | 17:58 น.
ฟัง "รองนายกฯ สมคิด" ในแถลงผลงานรบ. "ผมไม่ได้มั่ว..ขอเวลาแค่ปีเดียว" (คลิป)

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง โดยนายสมคิดให้สัมภาษณ์หลังมอบงานเสร็จว่า หลังจากกระทรวงการคลังได้ออกนโยบายและมาตรการด้านต่างๆเพื่อช่วยพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวขึ้น ดังนั้น หลังจากนี้เป็นต้นไป หรือระยะเวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ปีตามโรดแมป กระทรวงการคลังจะต้องเร่งทำงานด้านการปฏิรูปให้มากขึ้น


นายสมคิดกล่าวว่า จึงได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งถือเป็นมันสมองของกระทรวงการคลังในการคิดนโยบายสาธารณะต่างๆ ต้องคิดและวิเคราะห์นโยบายล่วงหน้าเพื่อให้รัฐบาลสามารถหยิบมาใช้ได้ทันที หากมีความต้องการ โดยเฉพาะประเด็นการเข้าสู่สังคมวัยชรา ซึ่งขณะนี้ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนและเป็นความท้าทายของประเทศ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในปี 2560 โดยจะต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกับรัฐบาลวิสาหกิจ และกำหนดคุณสมบัติ-ทักษะที่เหมาะสมของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจให้มีความชำนาญตามลักษณะเฉพาะของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริหารขาดความสามารถและทักษะในการบริหารงาน ซึ่งอาจก็ให้เกิดผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจแบบในอดีตได้

นายสมคิด กล่าวว่า นอกจากนี้ สคร.ต้องเร่งดำเนินโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ให้มีการประกวดราคาและการก่อสร้างเป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้ รวมถึงต้องเร่งจัดทำคะแนนประเมิน(เคพีไอ)ที่เหมาะสมแต่ละรัฐวิสาหกิจด้วย อย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่ได้มีผลสัมฤทธิ์สูงสุดคือกำไร แต่ทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถยกระดับตนเอง จากเกษตรกรทั่วไปสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ โครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี ที่ธ.ก.ส. ดำเนินการอยู่ถือเป็นโครงการที่ดี ช่วยลดความยากจนและยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการได้จริง เช่นเดียวกับธนาคารเฉพาะกิจอื่นๆต้องเร่งดำเนินการตามภารกิจของตนเช่นกัน อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถมีบ้านได้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) และธนาคารออมสิน ควรไปคิดว่าทำอย่างไรจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้บ้าง

นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนหน่วยงานที่ดูแลด้านภาษี อย่างกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ต้องดูแลเรื่องการจับเก็บรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีความโปร่งใส รวมทั้งจะต้องพิจารณาว่าจะมีการขยายฐานภาษีในอนาคตอย่างไรบ้าง เพื่อเวางรากฐานของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ได้สั่งการพิเศษไปยังกรมศุลกากรที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพัฒนาโครงการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยในการระบบจัดเก็บภาษีบริเวณท่าเรือภาคตะวันออกจะต้องมีการจัดเก็บภาษีที่รวดเร็ว โปร่งใส สามารถอำนวยความสะดวกทางการค้า และไม่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน ส่วนกรมบัญชีกลางในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามีความโดดเด่นในการทำงานมาก โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการทำงาน ทั้งการนำวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (อี –บิดดิ้ง) และการนำระบบสัญญาคุณธรรมมาใช้กับโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ซึ่งหลังจากนี้ไปควรจะรักษามาตรฐานนี้ไว้และเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นอีก

Advertisement

“ประเด็นที่กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอเข้าครม.หลังจากนี้ จะเป็นแพคเกจรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ซึ่งมาถึงที่โต๊ะทำงานผมสักระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่รอระยะเวลาที่เหมาะสมจะเสนอเข้าครม.เท่านั้น คาดว่าภายใน 1 – 2 สัปดาห์นี้น่าจะเสนอเข้าครม.พิจารณาอนุมัติได้ ส่วนเรื่องการพัฒนากองทุนหลักประกันสังคมแห่งชาติ ได้ฝากให้สศค.ไปทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อหามาตรการที่จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ให้เพียงพอกับรายจ่ายได้พุ่งสูงขึ้น”