หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.แอลกอฮอล์ แ...

ส.แอลกอฮอล์ แนะนักกิน-ดื่มมองหาเครื่องหมาย SHA เพื่อความปลอดภัย

31.10.21 | 18:59 น.

ส.แอลกอฮอล์ แนะนักกิน-นักดื่ม อย่างปลอดภัย ให้มองหาเครื่องหมายเอสเอชเอ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวว่า หลังจากเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายนแล้ว สมาคมและผู้ประกอบการขอเสนอให้ที่ประชุม ศบค.และรัฐบาลประเมินและทบทวนมาตรการ หรือเงื่อนไขที่มีพร้อมกับเปิดประเทศทุก 7-14 วัน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มจำนวนจังหวัดนำร่องที่เปิดรับนักท่องเที่ยวและไม่มีการจำกัดเงื่อนไข ซึ่งตอนนี้ผ่อนปรน 4 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ กะบี่ พังงา และภูเก็ต และการลดเวลาเคอร์ฟิว เพิ่มเวลาการกิน พร้อมดื่มแอลกอฮอล์จากที่กำหนด 3 ทุ่ม เป็น 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการได้ฟื้นตัวไปพร้อมกับการเปิดประเทศ และลดกลุ่มธุรกิจที่ยังละเมิดกฎเพื่อไม่อาจทนต่อการปิดกิจการไม่มีรายได้


“ตอนนี้มีผู้ประกอบการถามผมเข้ามามาก เรื่องความชัดเจนบนเงื่อนไขที่ ศบค.และทางกรุงเทพมหานครกำหนดออกมา หลายเรื่องไม่ยังชัดเจน กรณีห้ามขายแอลกอฮอล์ในโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง หรือจัดประชุม หรือนอกโรงแรมที่เป็นจุดจัดเลี้ยง ยังไม่สามารถจำหน่าย หรือนั่งดื่มได้ แต่หากเป็นร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือเลาจ์ล็อบบี้ภายในโรงแรม สามารถจำหน่ายและนั่งดื่มแอลกอฮอล์ได้ ไม่ถือว่าผิด และผู้ให้บริการ แนะให้ดูที่ร้านนั้น จุดนั้น มีเครื่องหมายเอสเอชเอ (SHA) อยู่ด้วย

“อีกเรื่องยังติดใจคือ คุมเวลาดื่มไม่เกิน 3 ทุ่ม เบื้องต้นเห็นว่ากินดื่มถึง 5 ทุ่มน่าจะดีกว่า เพราะช่วยเพิ่มชั่วโมงสร้างรายได้ในแรงงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงานเสิร์ฟ นักดนตรี ขายของทั่วไป เด็กดูแลที่จอดรถ เป็นต้น เป็นกลุ่มรายได้รากหญ้าจริงๆ ที่สำคัญอยากให้รัฐเรียกทุกกลุ่มอาชีพเข้าร่วมหารือเพื่อรับรู้ปัญหาและหาทางออกไปพร้อมกันเพื่อให้การเปิดประเทศและปลดล็อกที่ค้างอยู่ได้เร็ว พร้อมกับคงรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข” นายธนากรกล่าว

นายธนากรกล่าวต่อว่า การเปิดประเทศครั้งนี้ ประเมินว่าจะช่วยฟื้นธุรกิจและเศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนที่เหลือปีนี้และช่วงเทศกาลปีใหม่ ประมาณ 20-30% เนื่องจากเวลาจะถึงปีใหม่นั้นสั้น ยังพีอาร์ไม่เต็มที่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนล่วงหน้าคงปรับตัวมาไทยไม่ทัน และส่วนใหญ่เที่ยวปีใหม่น่าจะจองไปประเทศอื่นที่เปิดประเทศก่อนไทยและเงื่อนไขเปิดประเทศต่ำกว่ากันแล้ว คงต้องหลักจากนี้อีก 3-4 เดือนจะเริ่มดีขึ้น ที่สำคัญคือรัฐต้องลดอุปสรรคและเงื่อนไขให้มีน้อยสุด ตอนนี้กฎระเบียบ หรือกฎหมายที่ล้าหลังรัฐควรเลิกเลย พร้อมเร่งออกแคมเปญโปรโมตท่องเที่ยว อานิสงส์จากการเปิดประเทศจะเต็มที่

Advertisement

ด้านนายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจบนถนนข้าวสาร กล่าวว่า ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบนถนนข้าวสารและไม่ได้เป็นกลุ่มมีใบอนุญาตประกอบสถานบันเทิงเหมือนผับ-บาร์ ก็สามารถเปิดได้ และมีหลายร้านเตรียมเปิด เพียงแต่ถนนข้าวสารลูกค้าหลักจะเป็นนักเที่ยวต่างชาติ ก็ต้องดูว่าเปิดแล้วคุ้มกับค่าใช้จ่ายไหม จากจำนวนคนไทยที่เข้ามากินดื่ม ซึ่งก็มีกว่า 80% ของธุรกิจขายอาหารและแอลกอฮอล์ที่ไม่มีใบอนุญาตทำสถานบันเทิงแบบผับ-บาร์ โดยสัปดาห์นี้จะหารือกับทางการเขตพระนครและกลุ่มธุรกิจต่างๆ เพื่อเตรียมฉลองการกลับมาเปิดของถนนข้าวสาร และงานเคาต์ดาวน์