“สรท.” ชี้ส่งออกรับอานิสงส์เปิดประเทศ มั่นใจปีนี้โต 12% จับตา 4 ปัจจัยเสี่ยง ส่วนปีหน้า 5%
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือนกันยายน 2564 นั้น มีมูลค่า 23,036 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวของปีก่อนหน้า และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 760,556 ล้านบาท ขยายตัว 12.83% แต่เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนกันยายนขยายตัว 14.8% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 22,426.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.3% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 750,267 ล้านบาท ขยายตัว 38.4% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนกันยายน 2564 เกินดุลเท่ากับ 609.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 10,289.3 ล้านบาท
นายชัยชาญ กล่าวว่า ส่งผลให้การส่งออกช่วง 9 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนกันยายน 2564 มีมูลค่ารวม 199,997.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 15.5% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,202,170 ล้านบาท ขยายตัว 15% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในช่วง 9 เดือนนี้ขยายตัว 20.4% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 197,980.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.9% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,226,790.7 ล้านบาท ขยายตัว 30.5% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนมกราคม – กันยายน 2564 เกินดุล 2,016.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ขาดดุล 24,620.7 ล้านบาท
“ทั้งนี้ สรท. คาดการณ์ว่าการส่งออก ปี 2565 เติบโต 5% ขณะที่ การส่งออกไทยขเองปี 2564 คาดว่าเติบโต 12% เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2563 จากผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยปัจจัยเสี่ยงในปี 2564 ได้แก่ 1. ค่าระวางเรือยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง 2.ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ ชิป, เหล็ก, น้ำมัน และอาจส่งผลรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้การส่งออกไม่สามารถเติบโตได้ตามที่คาดการณ์” นายชัยชาญ กล่าว
3. สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศยังคงมีผู้ติดเชื้อสูง โดยภาคโรงงานอุตสาหกรรมต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการทำงานเพื่อลดจำนวนพนักงานเข้าทำงาน เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตเนื่องคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นสวนทางกับจำนวนพนักงานที่ลดลง ภาครัฐต้องเร่งกระจายวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายวัคซีนสองเข็ม 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ 4. กระบวนการทำงานภาครัฐยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ อาทิ ความล่าช้าในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ส่งออก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ
นายชัยชาญ กล่าวว่า นอกจากนี้ สรท.ข้อเสนอแนะที่สำคัญประกอบด้วย ด้านการตลาด อาทิ จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่โครงการ เอสเอ็มอี โปร-แอคทีฟ เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศให้มากขึ้น ด้านต้นทุนการประกอบธุรกิจ เช่น ขยายระยะเวลาเงินช่วยเหลือลูกจ้างให้กับสถานประกอบการระดับเอสเอ็มอี เช่น เงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อคน เพื่อรักษาการจ้างงาน ลดต้นทุนพลังงานในประเทศ และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เร่งปรับปรุงขั้นตอนการทำงานภาครัฐให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์และใช้ได้จริง
นายชัยชาญ กล่าวว่า ส่วนด้านแรงงาน ยกระดับประสิทธิภาพแรงงาน อาทิ สนับสนุนด้านภาษีและงบประมาณฝึกอบรมให้กับแรงงานและสถานประกอบการเพื่อพัฒนาทักษะให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมภายใต้ นิวนอร์มอล และเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมโดยเร็ว และด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สร้างความตระหนักรู้แก่ภาคธุรกิจ เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ เพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นต้น
นายชัยชาญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งออกมาประท้วงเรื่องราคาน้ำมันแพงนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพราะหากมีการลดปริมาณขนส่งสินค้าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างแน่นอน สำหรับการเปิดประเทศนั้นจะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศที่จะมาเสริมกับการส่งออก ซึ่งเป็นกลไกเพียงตัวเดียวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องยึดมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

