“มนัญญา” ถก ปปง. ชงโมเดลบริหารสินทรัพย์อายัดใช้หนี้สหกรณ์รถไฟ 500 ล้าน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และให้นโยบายแนวทางใดที่จะนำทรัพย์สินสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด (สอ.สรฟ.) ที่อยู่ระหว่างการยึดอายัดไว้ตามกฏหมายปปง.มาบริหารเพื่อให้มีรายได้คืนกลับไปยังสหกรณ์ผู้เป็นเจ้าหนี้ และสมาชิกสหกรณ์เพื่อลดหนี้และเสริมสภาพคล่องสหกรณ์นั้นๆ แทนการปล่อยให้ทิ้งร้างหรือเสื่อมโทรม และกว่าจะมีการพิจารณาคดีแล้วเสร็จอาจกินเวลานาน จนบางครั้งทรัพย์เสื่อมโทรมและมูลค่าลดลง
น.ส.มนัญญา กล่าวอีกว่า เบื้องต้น ปปง. ยืนยันว่าตามกฏหมายสหกรณ์สามารถทำได้ แต่ขอเวลา 15 วัน เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดจะต้องอยู่โดยความถูกต้องโปร่งใส และเรื่องนี้จะเตรียมเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบต่อไป ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์จะต้องทำรายงานเสนอทุกเดือนเพื่อให้ทราบแนวทางการแก้ไขภาคสหกรณ์ออมทรัพย์
“หากมีรูปแบบการบริหารที่ชัดเจนออกมาก็จะเป็นโมเดลการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการยึดอายัดเพราะเป็นการรักษาทรัพย์ไม่ให้เสื่อมค่าด้วย กรณีแบบนี้ปปง.ยังไม่เคยทำ แต่ในกฏหมายเปิดให้ทำได้ ซึ่งกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ มีการอายัดทั้งที่ดิน อาคารชุด และอื่นๆมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 500 ล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงมูลค่ามากกว่านั้น ซึ่งคิดว่าหากโมเดลลนี้สำเร็จ ปปง.สามารถดำเนินการได้ ก็จะมีรายได้คืนกลับไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้มากขึ้นและไม่เป็นภาระตั้งค่าเผื่อหนี้สูญของสหกรณ์เจ้าหนี้ และจะช่วยลดเวลาและลดภาระดอกเบี้ยของสหกรณ์ลูกหนี้จนกว่าระยะเวลาคดีสิ้นสุด คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ขณะที่สหกรณ์ลูกหนี้ เช่น สอ.สรฟ.ก็จะมีสภาพคล่องในการบริการสมาชิกเพิ่มขึ้นจากภาระการชดใช้หนี้ที่ลดลง เป็นต้น” น.ส.มนัญญา กล่าว
น.ส.มนัญญา กล่าวว่า สำหรับสอ.สรฟ.นั้น มีหนี้ประมาณ 2,272 ล้านบาท ใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ 13 รายแล้ว ประมาณร้อยล้านบาท เหลืออีก 2 พันล้านบาท ซึ่งการชำระหนี้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ระหว่างสหกรณ์เจ้าหนี้และสอ.สรฟ. นอกจากนั้นจะให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ไปเจรจากับสหกรณ์เจ้าหนี้เพื่อลดดอกเบี้ยให้เหลือประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันกรณีซ้ำรอยสอ.สรฟ. จึงได้มีนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง 2-3 สหกรณ์ ทุก 2 เดือนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทุจริตหรือยักยอกทรัพย์ต่อไป
ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับ สอ.สรฟ. นั้น หลังมีการยึดอายัดทรัพย์ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สอบสวนพบพฤติกรรมผู้ร่วมกระทำผิดกับอดีตกรรมการสหกรณ์ที่ได้มีการยื่นฟ้องก่อนหน้า 9 คน เป็น 15 คน เนื่องจากพบการโอนเงินเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันระบบสหกรณ์ทั้งหมดไม่ให้ซ้ำรอย สอ.สรฟ. กรมได้ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ที่ต้องเฝ้าระวังให้ถี่ขึ้นโดยไม่รอรอบบัญชี ปัจจุบันได้มีการดำเนินคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ 1-2 แห่ง สหกรณ์การเกษตร 3-4 แห่ง

