‘บิ๊กแสนสิริ’ อยากเห็นรัฐกระตุ้นศก.ครั้งประวัติศาสตร์-จับต้องได้
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมนา BOOST UP THAILAND 2022 ช่วงสนทนาพิเศษเรื่อง “มุมมองเอกชน…อนาคตธุรกิจ 2022” โดยมีนายสรกล อดุลยานนท์ นักเขียนชื่อดังเจ้าของนามปากกา “หนุ่มเมืองจันท์” เป็นผู้ดำเนินรายการ ว่า กรณีการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2565 คาดการณ์การเติบโตของจีดีพี 2-6% และมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ภาวะเงินเฟ้อรออยู่ ตรงนี้มีความน่ากลัวอยู่ แต่รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเศรษฐกิจจะโต 4-5% ซึ่งความเสี่ยงคือ การกลับมาของโควิด ที่เป็นประเด็นหนึ่ง หากเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิดได้ มองว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาแบบจับต้องได้ มีการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย อยากเห็นรองนายกฯ พูดคำนี้มากกว่า เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่ทุกคนรอคอยอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่อง 4D ที่เป็นเรื่องระยะยาวเท่านั้น แต่เรื่องราคาพืชผล เป็นเรื่องระยะสั้นที่ต้องทำ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศพึ่งพารายได้จากภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอยากเห็นคนเหล่านี้มีกินมีใช้ และเห็นรัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยพยุงคนกลุ่มนี้ ในช่วงที่มีความเปราะบาง โดยความมั่นใจกับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 คือเราไม่มีทางเลือก ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่สามารถอยู่เฉยๆ หรือไม่ทำอะไรได้

ข้อเสนอที่เป็นมาตรการระยะสั้น รัฐบาลควรทำ ดีใจที่รัฐบาลมาถูกทางในแง่การขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพี จาก 60% เป็น 70% มองว่าก่อนที่จะทำอะไร กระแสเงินสดของประเทศมีความสำคัญมากที่สุด แม้หลายคนจะให้ความกังวลกับประชานิยม แต่ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีกินมีใช้ ดังนั้นต้องทำเพื่อประชานิยม เพิ่มกำลังซื้อระดับล่าง ลดค่าใช้จ่ายรายวัน อาทิ ค่าไฟ ค่าน้ำ ดอกเบี้ย แม้ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว แต่อยากให้ลดดอกเบี้ยลงมาอีก เพราะทำให้เงินอยู่ในกระเป๋ามากขึ้น นำมาจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น
สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยอีก 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จีดีพีของประเทศไทยประกอบด้วยภาคการส่งออก เวลานี้รัฐบาลบริหารจัดการเรื่องค่าเงินบาทได้ดี เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาพอประมาณ อยู่ระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ช่วยเรื่องการส่งออก เป็นองค์ประกอบใหญ่ของจีดีพี ทำให้ผู้ส่งออกได้อานิสงส์เชิงบวกในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เห็นการลงทุนจากต่างประเทศทยอยเข้ามา ตัวเลขปรับขึ้นสูงมาก เชื่อว่าสิ้นปีนี้ ตัวเลขการลงทุนของต่างชาติ น่าจะปรับตัวขึ้นสูงกว่าช่วงปี 2562 หรือช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิดด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี

ส่วนภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนเกิดการระบาดโควิดมีคนเข้าไทย 40 ล้านคน แต่ตอนนี้กว่าจะถึงตัวเลขดังกล่าวคงลำบาก เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับโควิดอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโลจิสติกส์ด้วย ทำให้การเดินทางไปมาหาสู่มีความลำบาก แม้จะบริหารจัดการโควิดได้ดี แต่ต้องบริหารภาคการท่องเที่ยวต่อไป อยากเห็นรัฐบาลทำโรดโชว์มากขึ้น ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงความปลอดภัยของประเทศไทย ไม่ต้องพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเราพร้อมอยู่แล้ว มาตรฐานเรื่องสาธารณสุขไทยยังดีอยู่ อยากเห็นการเดินหน้าประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวแบบหนักขึ้น เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นสัดส่วนใหญ่ของจีดีพีอีกตัว

การทำโรดโชว์จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ต้องไม่ลืมว่า หลายประเทศอาจเริ่มเดินสายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเหมือนเรา ไทยต้องมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม อาทิ มาตรการทางภาษี และวีซ่าระยะยาว อยากให้คิดเผื่อว่า การเน้นเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ หรือกลุ่มไฮเอ็นเพียงเท่านั้น ในอดีตเราไม่เคยทำได้ ต้องอยู่กับความเป็นจริงด้วยว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นระดับมีเดียมเอ็นมากกว่า ต้องไม่ลืมกลุ่มที่มีส่วนช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโต อาทิ นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามากในช่วงที่ผ่านมา

