ผู้ประกอบการข้าวสาร ติงรัฐเข้มมาตรการโควิดทำ นทท.หนี จี้ทบทวนลงทะเบียน SHA

4.11.21 | 12:34 น.

นายกสมาคมธุรกิจถนนข้าวสาร ติงรัฐเข้มมาตรการโควิดมาก นักท่องเที่ยวหนี จี้ทบทวนการลงทะเบียน SHA

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ให้สัมภาษณ์ “มติชน” กรณีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และสถานการณ์ปัจจุบันของร้านค้าในถนนข้าวสาร เขตพระนคร ว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่ถนนข้าวสาร เริ่มดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ปิดไปนานจากสาเหตุที่ไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ทั้งนี้ ร้านค้าในถนนข้าวสารมีรายได้หลักมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


“มาวันนี้ ภาครัฐอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 21.00 น. เราก็เริ่มกลับมาค้าขายได้อีกรอบนึง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บนถนนก็ต้องบอกว่าที่กลับมาเปิด ณ วันนี้ ช่วงกลางวันไม่ถึงร้อยละ 5 ของทั้งพื้นที่ถนนข้าวสาร แต่ถ้าเป็นช่วงเย็นน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่” นายสง่ากล่าว

นายสง่ากล่าวว่า ถนนข้าวสารทั้ง 400 เมตร จะมีความหลากหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะร้านขายของที่ระลึก ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร โดยกลุ่มร้านดังกล่าวกว่าร้อยละ 70 อาศัยรายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีการเปิดประเทศ แต่นักท่องเที่ยวก็ยังบางตามาก ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่ากับการที่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะกลับมาเปิดร้านค้าอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของร้านค้าที่สามารถกลับมาเปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จะต้องได้รับมาตรฐาน SHA นั้น แต่จนถึงขณะนี้ส่วนใหญ่ยังไม่มี ผู้ประกอบการในถนนข้าวสารมีแนวทางเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร นายสง่ากล่าวว่า การลงทะเบียนเพื่อรับเครื่องหมาย SHA เป็นเรื่องของร้านอาหารที่ต้องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก

Advertisement

“ก่อนหน้านี้ เราคิดว่าเครื่องหมาย SHA น่าจะเป็นของกิจการโรงแรมเป็นหลัก หรือร้านอาหารใหญ่ๆ ผู้ประกอบการรายย่อยจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมาย SHA ก็สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จากที่ได้หารือกัน ผู้ประกอบการรายย่อยก็ถามว่า อย่างร้านข้าวต้ม ถ้าจะขายเบียร์สักขวด ต้องมีใบ SHA ด้วยหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วมาตรฐาน SHA ผู้ประกอบการเองก็ได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องของการมีทางเข้า-ออกทางเดียว การตรวจ การสวมเฟซชิลด์ สวมหน้ากาก เพียงแต่ว่าผู้ประกอบการเหล่านั้น ไม่ได้สมัครเพื่อให้ได้ใบ SHA มาเท่านั้น” นายสง่ากล่าว

นายสง่ายังกล่าวอีกว่า ขณะนี้สมาคมได้ทำการส่งลิงก์เพื่อทำการลงทะเบียนรับเครื่องหมาย SHA ให้แก่ผู้ประกอบการเกือบครบทุกคนแล้ว เผื่อกรณีที่มีการตรวจสอบ เพราะกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการประกาศให้ร้านอาหารที่ต้องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีเครื่องหมาย SHA

“จริงๆ มันเป็นสิ่งใหม่ กทม.เองควรจะให้เวลาแก่ผู้ประกอบการก่อนเพื่อขอใบอนุญาต ไม่ใช่พูดแล้วให้ทำเลย ซึ่งขณะนี้ก็ผลักดันให้สำนักงานเขตพระนครเข้ามาตรวจ และรับรองว่าเราก็มีมาตรฐานทางสาธารณสุข ที่เข้าข่ายของ SHA อยู่แล้ว ส่วนการไปสมัคร ก็ควรให้เวลาแก่ผู้ประกอบการ ไม่ใช่มาบังคับใช้เลย” นายสง่า กล่าวและว่า ยืนยันว่าขณะนี้ร้านส่วนใหญ่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นจึงมองว่าซ้ำซ้อนทั้งกฏของ ศบค.และประกาศที่ กทม.เพิ่มกฏเข้าไปอีก

นายสง่ากล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พูดเองว่าร้านที่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับเครื่องหมาย SHA มีทั้งหมด 1,300 ร้าน และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม และร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก แต่ร้านอาหารทั้งใน และนอกระบบมีอยู่ไม่ต่ำกว่าหมื่นร้าน ทั้งนี้ การขอเพื่ออนุมัติขึ้นอยู่กับภาครัฐ และระบบว่าสามารถดำเนินการให้ผู้ประกอบการได้เร็วแค่ไหน

“เฉพาะถนนข้าวสารมีอยู่ 40-50 ร้านค้า และได้ทยอยเข้าไปสมัครแล้ว ซึ่งบางทีก็ยังพบปัญหาเว็บไซต์ล่มอยู่ ภาครัฐจะต้องไปพิจารณาเรื่องของกฎระเบียบด้วย กฎระเบียบในที่นี้ หมายถึง ข้อระเบียบต่างๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากจะเข้ามา ยกตัวอย่าง เช่น นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในไทย จะต้องซื้อประกันในราคาที่สูงมากๆ หากไม่ซื้อก็เข้าไม่ได้ เทียบกับสิงคโปร์ แค่ 30,000 เหรียญสหรัฐ แต่ของเรานั้น ต้องจ่ายถึง 50,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาพิจารณาว่าจะไปที่ไหนดี” นายสง่ากล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงร้านค้า หรือสถานประกอบการที่ยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนเพื่อรับเครื่องหมาย SHA ให้รีบไปดำเนินการ เพื่อให้ถูกต้องตามกฏระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย” นายสง่ากล่าว