‘อาคม’ แนะบริษัทประกัน ออกประกันภัยสุขภาพที่ทันสมัย –ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึง

4.11.21 | 13:17 น.

‘อาคม’ แนะบริษัทประกัน ออกประกันภัยสุขภาพที่ทันสมัย –ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards) ประจำปี 2564 ว่า ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาส มีอาชีพใหม่เกิดขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญการตระหนักถึงความสำคัญดูแลสุขภาพ และบริหารความเสี่ยง โดยมาตรการของรัฐที่ผ่านมา เป็นเพียงการลดผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น การพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศเข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืนเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยธุรกิจประกันภัยก็เป็นภาคส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่สร้างหลักประกันความมั่นคง รวมถึงเป็นส่วนแบ่งเบาภาระของรัฐ


นายอาคม กล่าวว่า การประกันภัยในกลุ่มสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นการช่วยความมั่นคงทางหลักประกันและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการทำประกัน และปรับปรุงสัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐาน เพื่อให้เนื้อหาในกรมธรรมของสัญญามีความทันสมัย ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากการทำประกันสุขภาพ ในการบริหารความเสี่ยงด้านบริการสุขภาพ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

“การที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ผลักดันให้มีการพัฒนากฎหมายด้านการประกันภัยสุขภาพ เป็นกฎหมายเฉพาะที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยสุขภาพมีประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการและรองรับลักษณะการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน เพื่อมุ่งให้ประชาชนสมัครใช้เข้าถึงประกันภัยสุขภาพมากขึ้น และยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการประกันสุขภาพอย่างยั่งยืน” นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐมีนโยบายนำประกันภัยเข้ามาช่วยบรรเทาความทุกข์ยาก และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกร ผ่านการประกันภัยข้าวนาปี และการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบ มีการเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ทำให้สามารถฟื้นตัวกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะมีการขยายผลไปสู่พืชผลอื่น และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้มากขึ้น

Advertisement