รัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ มือเติบ! ให้แบงก์รัฐจ่ายก่อนผ่อนทีหลัง จนหนี้ใกล้ล้นเพดาน

รัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ มือเติบ ให้แบงก์รัฐจ่ายก่อนผ่อนทีหลัง จนหนี้ใกล้ล้นเพดานวินัยการเงินการคลัง 9.3 แสนล้าน ซ้ำ น่าห่วงหนี้ก้อนนี้ไม่ถูกรวมในหนี้สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาทางการคลัง หลังพบว่ามีการก่อหนี้โดยให้หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการแทนจนใกล้เต็มเพดานหนี้ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 28 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำหนดให้รัฐบาลต้องมียอดหนี้คงค้างรวมกันได้ไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้ปีงบ 2565 รัฐบาลจะมีหนี้สะสมได้ไม่เกิน 9.3 แสนล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ตั้งไว้ 3.1 ล้านล้านบาท

ซึ่งต่อไปรัฐบาลไม่สามารถให้หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นมือเป็นไม้ออกเงินดำเนินโครงการต่างๆ ให้แทนก่อนได้ หรือหากทำได้ก็เพียงเล็กน้อย เพราะอย่างล่าสุดในการอนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าว ซึ่งปกติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะอนุมัติและให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการจ่ายเงินไปก่อนและตามผ่อนคืนทีหลัง แต่ปีนี้ ครม.กลับอนุมัติไปเพียงบางส่วน จำนวน 13,604 ล้านบาท จากทั้งหมด 89,306 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าหนี้ใกล้เต็มเพดานแล้ว

สอดคล้องกับที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สาเหตุที่แบ่งจ่ายเงินงบประมาณเรื่องประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวงวดนี้ เนื่องจากติดที่ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 28 ได้กำหนดไม่ให้ใช้วงเงินเกินกรอบที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ เมื่อสำรวจพบว่าหนี้สะสมส่วนใหญ่จะฝังอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีหนี้สะสมมากสุดจากโครงการอุดหนุนสินค้าเกษตรถึง 6-7 แสนล้านบาท ธนาคารออมสินมีหนี้กว่า 3 หมื่นล้านบาท เช่น โครงการสินเชื่อช่วยเหลือประชาชน และยังมีในธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สาเหตุที่รัฐบาลมีหนี้สะสมมหาศาล จนใกล้ทะลุเพดานวินัยการเงินการคลัง เป็นผลจากการใช้นโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐดำเนินโครงการต่างๆ แทนสะสมมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีต เช่น โครงการจำนำข้าวซึ่งปัจจุบันเหลือหนี้ประมาณ 1 แสนล้านบาท จนถึงปัจจุบันรัฐบาลก็ยังมีโครงการอุดหนุนสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปีนี้ รัฐบาลตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ลงเหลือ 3.1 ล้านล้านบาท ทำให้เพดานก่อหนี้ส่วนนี้ลดลงไปด้วย และที่น่าห่วงก็คือหนี้สะสมที่ให้หน่วยงานรัฐทำแทนเหล่านี้ ไม่ได้ถูกนำมารวมเป็นหนี้สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม การมีหนี้สะสมจนใกล้เต็มเพดานวินัยการเงินการคลัง จะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของสถาบันการเงินรัฐ เนื่องจากส่วนใหญ่สามารถบริหารสภาพคล่องได้เพียงพอ และมีการรับชำระเงินคืนจากรัฐมาทุกปี อีกทั้งยังจัดมีการทำบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (พีเอสเอ) เพื่อแสดงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมนโยบายรัฐไว้เป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินของธนาคาร โดยเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐไว้เป็นรายการแยกต่างหาก ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon