นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและมอบนโยบายให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ตึกบัญชาการรถไฟว่า ได้สั่งการและมอบนโยบายผู้บริหาร ร.ฟ.ท.เร่งรัดผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ ระยะแรกจำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวมกว่า 995 กิโลเมตร (กม.) ให้ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยขณะนี้เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และเส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว ส่วนเส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางจิระ 132 กม. วงเงิน 26,000 ล้านบาท และเส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 1.72 หมื่นล้านบาท ผ่านมติ ครม.แล้ว บอร์ด ร.ฟ.ท.จะสามารถอนุมัติร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ได้ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ และเปิดประกวดราคาได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ยังเหลือโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางใหม่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 363 กม. วงเงิน 76,000 ล้านบาท และสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 60,353 ล้านบาท ต้องเสนอขอความเห็นชอบ ครม. จึงเร่งรัดให้ดำเนินการเร็วที่สุดภายในปีนี้
“การจัดทำร่างทีโออาร์ของ ร.ฟ.ท.ต่อไปจะต้องให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้ร่างทีโออาร์เปิดกว้างในการแข่งขันให้มากที่สุด ภาคเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศสามารถเข้ามาร่วมดำเนินโครงการได้ ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้แสดงความจำนงให้มีการนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในการดำเนินการตั้งแต่การร่างทีโออาร์ไปจนถึงการประกวดราคา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน”
นายสมคิดกล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง และช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2556 จะต้องผ่านความเห็นชอบ ครม.ให้ได้ภายในปีนี้ เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง ถือเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างมาก รวมทั้งได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งพัฒนาถนน และให้ ร.ฟ.ท.เร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง-มาบตาพุด ให้เข้ามาเสริมโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วย ตลอดจนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะต้องเร่งศึกษาการพัฒนาพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟความเร็วสูงไปด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองและพื้นที่โดยรอบ และให้อีอีซีเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ระยะทางรวมกว่า 1,493 กม. จะต้องเริ่มดำเนินการภายในปี 2560 ให้ได้
นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ ร.ฟ.ท.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของ ร.ฟ.ท. เพื่อให้ ร.ฟ.ท.ได้ใช้ในการวางแผนการพัฒนาสินทรัพย์ที่มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะต้องมีเพิ่มขีดความสามารถในหน่วยงานที่มาดูแลด้านการจัดการสินทรัพย์ที่ดิน บริหารรายได้ การคิดอัตราค่าเช่าตามสภาพความเป็นจริงในท้องตลาด ไม่ใช่การคิดแบบถูกๆ อย่างในอดีต การนำที่ดินที่มีอยู่มาพัฒนาโดย ร.ฟ.ท.เอง หรือร่วมพัฒนาที่ดินกับภาคเอกชน ตลอดจนวางแผนการดำเนินงานของ ร.ฟ.ท.ในระยะยาวว่าจะมีการเดินรถกี่เส้นทาง เส้นทางใดบ้าง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรระดับบริหารให้มีความชำนาญในการบริหารทรัพย์ เพื่อให้ ร.ฟ.ท.กลายเป็น ร.ฟ.ท. 4.0

