นายสุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย นายกสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ เปิดเผยว่า บางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ไปจนถึงการเข้าถึงยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยดิจิทัล คอนเทนต์ ผ่านการจัดงาน “ซิกกราฟ เอเชีย 2017” ระหว่างวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2560 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ซึ่งการจัดงานดังกล่าวเป็นการประชุมสัมมนาและนิทรรศการทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกระดับโลกและระดับกลุ่มประเทศสำคัญ ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากร ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้คนไทยได้แสดงศักยภาพทางด้านดิจิทัลคอนเทนต์สู่เวทีโลก
“งานซิกกราฟ เอเชีย 2017 จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเราได้รับการคัดเลือกและสิทธิในการจัดงานครั้งนี้ นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกและสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจ ดิจิทัลที่รัฐบาลกำหนดนโยบายสนับสนุนเต็มสูบ สำหรับปัจจัยที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านบุคลากร อีกทั้งมีคนไทยหลายคนที่อยู่เบื้องหลังการทำงานผลงานระดับโลกมาตลอด เป็นที่รู้ดีของชาวต่างชาติที่อยู่ในวงการนี้ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อีกทั้งยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีความโดดเด่นเฉพาะตนซึ่งคนในสายงานนี้มีความรักในเรื่องศิลปะอยู่แล้วนอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี”
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ภายในงาน “ซิกกราฟ เอเชีย 2017” จะมีกิจกรรม อาทิ แอนิเมชั่น เฟสติวัล ที่รวบรวมแอนิเมชั่นที่คัดสรรแล้วจากทั่วโลกกว่า 450 เรื่องเข้าฉายภายในงาน, การจัดอบรมขั้นตอนเทคนิคการสร้างผลงานอย่างเป็นขั้นตอนจากวิทยากรระดับโลก, ทอล์กโชว์จากวิทยากรชั้นนำจากสตูดิโอต่างๆ มาเผยแพร่ขั้นตอนการทำงาน เช่น ผู้เชี่ยวชาญจากสตูดิโอระดับโลกร่วมงานคับคั่ง อาทิ DISNEY, PIXAR, DREAMWORKS, INDUSTRIAL LIGHT AND MAGIC, DIGITAL DOMAIN และนิทรรศการจากกลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางด้านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากสตูดิโอระดับโลกร่วมงานคับคั่ง ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้มีการสนับสนุนงบจัดงานทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ทั้งนี้ ซิกกราฟ เอเชีย 2017 คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 7,000 คน
นายสุรพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ จากผลการสำรวจภาพรวมของอุตสาหกรรมทางด้านดิจิทัล คอนเทนต์ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พบว่ามูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในปัจจุบันมีประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท เป็นการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อส่งออกราว 1.8 พันล้านบาท ทั้งในรูปแบบของผลงานภายใต้ลิขสิทธิ์ของตนเอง และรับจ้างผลิตภายใต้ลิขสิทธิ์ของผู้ประกอบการอื่น โดยการจัดงานครั้งสำคัญนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยได้รับโอกาสในด้านการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร รวมถึงก่อเกิดการดึงดูดความสนใจของบุคลากรที่สำคัญทั่วโลกจะมุ่งมารวมตัวกันที่ประเทศในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ จนสู่การสร้างเครือข่ายระหว่างอุตสาหกรรม จึงคาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการจับคู่ทางธุรกิจภายในงานไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

