ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ศาลภาษีอากรกลาง กรุงเทพฯ ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีภาษีโรงเรือนและที่ดิน เลขคดีดำที่ 32/2554 ที่มีบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สและสนามบินสมุย) เป็นโจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำเลย พร้อมเรียกเงินคืนจากการถูกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน เมื่อปี 2554 เป็นเงิน 38,750,000 บาท
ทั้งนี้ ศาลได้พิพากษาให้เทศบาลเมืองเกาะสมุยชนะคดี โดยวินิจฉัยว่าบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ได้นำสนามบินสมุยให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุยเช่าระยะยาว 30 ปี เป็นเงิน 9,300,000,000 บาท เป็นกรณีที่ทรัพย์สินมีการนำออกให้เช่าให้ถือว่าค่าเช่านั้นเป็นค่ารายปี คำนวณเป็นค่ารายปีประจำปีภาษี 2554 จำนวน 310,000,000 บาท คิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดิน 38,750,000 บาท เป็นไปตามมาตรา 8 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ซึ่งถือว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำชี้ขาดของนายกเทศมนตรีชอบแล้ว จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องไม่ต้องคืนภาษีแก่โจทก์
นายสุนทร ภู่ไพบูลย์ รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า คดีภาษีนี้ถือเป็นคดีแรกของประเทศกรณีนำทรัพย์สินที่เป็นที่ดินและอาคารให้กองทุนรวมเช่าไปลงทุน จะต้องมีการจ่ายภาษีให้กับท้องที่ ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
ข่าวแจ้งว่า บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ได้นำสนามบินสมุยไปจัดหาเงินทุนโดยจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 โดยให้กองทุนเช่าเวลา 30 ปี เพื่อหารายได้ และทางบริษัทได้เช่าช่วงกลับมาบริหารต่อ

