ชาวข้าวสารเมิน ‘ไทยสต็อป โควิด พลัส’ ลั่น! ผู้ประกอบการมีมาตรการคัดกรองกันเอง

14.11.21 | 15:20 น.

ชาวข้าวสารเมิน ‘ไทยสต็อป โควิด พลัส’ ลั่น! ประกอบการมีมาตรการคัดกรองกันเอง

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ให้สัมภาษณ์กรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกประกาศฉบับที่ 46 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 32/2564 ที่เห็นชอบปรับมาตรการให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ยังไม่ได้รับเครื่องหมายชา หรือ SHA (SHA : Safety & Health Administration) ที่ออกโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สามารถเปิดให้บริการนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ โดยจะต้องผ่านมาตรฐานไทย สต็อป โควิด พลัส (Thai Stop Covid Plus) ที่ออกโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นั้น ในส่วนของสมาคมผู้ประกอบการข้าวสารมีแนวทางดำเนินมาตรการในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว


“เรามีการตั้งจุดคัดกรอง และมีมาตรการของเราเองตั้งแต่วันที่ประกาศให้เปิดประเทศ หรวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว เรามีจุดคัดกรองของเราเอง วัดอุณหภูมิ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจเอทีเค (ATK) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน คือก่อนเข้ามาจะต้องมีการโชว์หมอพร้อม ที่ระบุว่าได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว หากยังไม่ได้ฉีด ก็จะไม่ให้เข้าเลย แต่ของชาวต่างชาติ เขาได้รับวัคซีนมาครบอยู่แล้วก่อนที่จะมา แต่เราก็จะมีการตรวจดูเอกสารเช่นกัน และมีเงื่อนไขว่า หากได้รับวัคซีนมาเป็นระยะเวลาเกินกว่า 6 เดือน จะให้ทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการสวอบ (swab) โดยใช้ชุดตรวจเอทีเค” นายสง่ากล่าว

นายสง่า ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปแล้วกว่า 500 ราย โดยมีค่าบริการ 100 บาท ซึ่งยังไม่พบว่านักท่องเที่ยวรายใดที่มีผลตรวจเป็นบวก แต่ก็ได้มีการเตรียมรถพยาบาลไว้รองรับสำหรับการพบนักท่องเที่ยวที่มีผลตรวจเป็นบวกเช่นกัน โดยพร้อมนำส่งโรงพยาบาลทันที

ทางด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างมาตรฐาน SHA กับมาตรฐานไทย สต็อป โควิด พลัส ว่า สำหรับเครื่องหมาย SHA นั้น เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงไว้หน้าร้าน หรือสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าปลอดภัยหากจะเข้าไปใช้สถานที่นั้นๆ โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือผู้ที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่

Advertisement

“ส่วนไทย สต็อป โควิด พลัส นั้น จะเป็นการยกระดับและเข้มงวดขึ้นไปอีก เพื่อลดความเสี่ยง มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยทั้งคนให้บริการ และคนรับบริการ นอกจากนี้ ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการต้องได้รับวัคซีนครบโดส และไม่เป็นโควิด-19 โดยจะเน้นไปที่การปฏิบัติ ทั้งสถานที่ ผู้ให้และผู้รับบริการ” นพ.โสภณกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีร้านที่ได้รับเครื่องหมาย SHA ขอขยายเวลานั่งดื่มแอลกอฮอล์ จากเวลา 21.00 น. เป็น เวลา 23.00 น. สธ.มีแนวทางเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร นพ.โสภณกล่าวว่า จะต้องมีการหารือกับหลายๆ ฝ่าย แต่ต้องให้เน้นไปที่ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก