แบงก์ชาติประกาศแนวทางดำเนินการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากอัตราดอกเบี้ย THBFIX
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ตามที่จะมีการยุติการเผยแพร่อัตราดอกเบี้ย Thai Baht Interest Rate Fixing (THBFIX) ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไปนั้น ธปท. ได้หารือร่วมกับคณะทำงานเตรียมความพร้อมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรองรับการยุติการใช้ LIBOR (คณะทำงาน) และเห็นร่วมกันว่าสถาบันการเงินและผู้ร่วมตลาดควรจำกัดการทำธุรกรรมที่อ้างอิงกับ THBFIX และเร่งเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอื่นอย่างจริงจังโดยเร็ว (Active transition) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง THOR ซึ่ง ธปท. และคณะทำงานสนับสนุนให้ใช้เป็นโอกาสแรก โดยมีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้
1. ให้สถาบันการเงินทุกแห่งยุติการทำธุรกรรมอนุพันธ์ใหม่1 เช่น ธุรกรรม Interest Rate Swap (IRS) และธุรกรรม Cross Currency Swap (CCS) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป เว้นแต่เป็นการทำเพื่อบริหารความเสี่ยงให้กับธุรกรรมคงค้างเดิมที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น
2. ขอความร่วมมือสถาบันการเงินทุกแห่งทยอยลดยอดคงค้าง (Notional outstanding) ธุรกรรมอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX ที่ครบกำหนดหลังปี 2568 ดังนี้
2.1ทยอยลดยอดคงค้างรวมที่ครบกำหนดหลังปี 2568 ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 50 และร้อยละ 25 ภายในกลางปีและสิ้นปี 2565 ตามลำดับ
2.2 ทยอยลดยอดคงค้างเฉพาะส่วนของลูกค้าที่ครบกำหนดหลังปี 2568 ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 30 ภายในสิ้นปี 2565
ทั้งนี้ การทยอยปรับลดดังกล่าวให้เทียบกับยอดคงค้างธุรกรรม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564
แนวทางการเปลี่ยนผ่านจาก THBFIX ในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมพร้อมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เร็วขึ้น จากที่เคยขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินยุติการทำธุรกรรมใหม่ที่เป็นสินเชื่อ ตราสารหนี้ และหุ้นกู้อนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งจะช่วยควบคุมปริมาณธุรกรรมอนุพันธ์คงค้างที่อ้างอิง THBFIX ไม่ให้สูงเกินไปจนเป็นภาระต่อการบริหารจัดการและกลายเป็นความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (operational risk) ในอนาคต อีกทั้งจะทำให้ทั้งสถาบันการเงินและผู้ร่วมตลาดมีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจนขึ้นในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ตลาดที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR มีสภาพคล่องมากขึ้น
ธปท. และคณะทำงาน ประเมินว่า จากนี้จนถึงเดือนมิถุนายน 2566 สภาพคล่องของตลาดอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX จะโน้มลดลงเป็นลำดับ ดังนั้น ผู้ร่วมตลาดจึงควรเร่งปิดสัญญาเดิม (unwind position) หรือปรับสัญญาไปอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนช่วงกลางปี 2565 เนื่องจากยังเป็นช่วงที่ตลาดอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THBFIX มีสภาพคล่องอยู่ โดย ธปท. จะช่วยสนับสนุนให้ยังมีราคาอ้างอิงที่สะท้อนภาวะตลาดได้ดีระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วยรักษามูลค่าของสัญญาไว้ให้ใกล้เคียงเดิมได้มากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ไม่สามารถปรับสัญญาไปอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยอื่นได้ก่อนการยุติการเผยแพร่อัตราดอกเบี้ย THBFIX คู่สัญญาควรเพิ่มข้อความในสัญญา (fallback provision) ให้มีอัตราดอกเบี้ยทดแทน เช่น Fallback Rate (THBFIX) ทั้งนี้ ผู้ร่วมตลาดควรตระหนักถึงข้อจำกัดของ Fallback Rate (THBFIX) รวมทั้งการเผยแพร่อัตราดังกล่าวที่จะมีให้จนถึงสิ้นปี 2568 เท่านั้น
ผู้ร่วมตลาดสามารถศึกษารายละเอียดแนวทางการเตรียมการรองรับการยุติการเผยแพร่อัตราดอกเบี้ย THBFIX เพิ่มเติมที่ https://www.bot.or.th/Thai/FinancialMarkets/Pages/ReferenceInterestAndEndOfUseLIBOR.aspx

