‘อาคม’ คาดจีดีพีปี 65 โต 4% ภาครัฐเตรียมอัด 3.7 ล้านล้านบาท กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ

15.11.21 | 15:47 น.

‘อาคม’ คาดจีดีพีปี 65 โต 4% ภาครัฐเตรียมอัด 3.7 ล้านล้านบาท กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ WEALTH VIRTUAL FORUM 2021 ลงทุนอย่างไร…ให้รวย? หัวข้อ “ทิศทางฟื้นเศรษฐกิจปี 2022” ว่าภายใต้ปัจจัยการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการทำภูเก็ตแซนด์บอกซ์ จนนำไปสู่การเปิดประเทศอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบกับการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจคู่ขนานการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในภาคประชาชน ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวที่ 1% และขยายตัวได้ 4% ในปี 2565


“ภาคท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ จากนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน สร้างรายได้ให้ไทยกว่า 2 ล้านล้านบาท แม้จะหายไปหมด แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และหากสถานการณ์โควิดคลี่คลายมีการเปิดให้คนไทยเดินทางข้ามจังหวัดได้ ก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจในต่างจังหวัดไปด้วย” นายอาคมกล่าว

นายอาคมกล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 คือ 1.ภาคการส่งออก ที่เชื่อว่าไทยยังมีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้เทคโนโลยี หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสินค้าไทยอยู่ในซัพพลายเชนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก 2.เม็ดเงินของภาครัฐที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 3.7 ล้านล้านบาท ได้แก่ งบประมาณแผ่นดิน 3.1 ล้านล้าน งบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะกู้ในปี 2565 ประมาณ 3 แสนล้านบาท และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 3 แสนล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินของรัฐบาลประมาณ 20% จะเป็นการลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐบาล และ 3.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งในปี 2565 จะมีความเข้มข้นมากขึ้น

นายอาคมกล่าวต่อว่า ภาคเศรษฐกิจจริงมี 4 ภาค คือ 1.ภาคส่งออกที่ยังมั่นใจว่าจะขยายตัวได้ โดยได้อานิสงส์จากค่าบาท ซึ่งในปี 2565 ยังเอื้ออำนวยกับการส่งออกของไทย 2.ภาคการลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะในอีอีซี โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหล่มฉบัง การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ อีอีซีดิจิทัล และอีอีซีอินโนเวชั่น คือเครื่องยนต์ที่จะเป็นการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจไทย

Advertisement

นายอาคมกล่าวว่า 3.ภาคเศรษฐกิจจริงของภาคการเงิน วันนี้มีการปรับตัวแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ โทเคนดิจิทัล ต่างๆ และ 4.ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจหนึ่งที่สำคัญ คือเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยในปี 2565 จะมีการปรับตัวมากขึ้น จากการส่งเสริมของภาครัฐ และการตื่นตัวในการทำธุรกิจที่อาจเปลี่ยนสายอาชีพใหม่ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเข้มข้นมากขึ้น

“เศรษฐกิจทันสมัยที่ต้องเชื่อมโยงกับเอสเอ็มอีมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ปี 2565 เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เฉพาะแต่ในพื้นที่ อีอีซี แต่ต้องกระจายออกไปสู่ภูมิภาค หรือเศรษฐกิจต่างจังหวัด โดยในปี 2565 ยอมรับว่าการท่องเที่ยวจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผู้ที่เคยทำงานในภาคท่องเที่ยว อาจต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องดูแลและทำให้เกิดการกระจายของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง” นายอาคม กล่าว

นายอาคมยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุที่จะเพิ่มเป็น 27% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในอีก 10 ปีข้างหน้า และในช่วงที่ไทยเผชิญโควิด-19 พบว่ากลุ่ม 608 คืออายุเกิน 60 ปี และ 8 กลุ่มโรคเสี่ยง มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นเพื่อให้สามารถเผชิญกับความเสี่ยงหรือโรคอุบัติใหม่ในอนาคตได้ การแพทย์ และสาธารณสุข จึงเป็นอีกเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

“ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 ดังนั้น ในช่วงที่เปิดประเทศแล้ว เศรษฐกิจจะเดินหน้าควบคู่กับมาตรการดูแลโควิด-19 ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ให้เกิดการระบาดอีกรอบ ไม่เช่นนั้นเราจะมีต้นทุนทางด้านเศรษฐกิจที่มากขึ้นไปอีก ดังนั้น ปี 2565 ยังเป็นปีที่ต้องระวังการระบาดของโควิด-19” นายอาคมกล่าว