วงถก ‘จีเอส วัน ไทยแลนด์’ ชี้อีคอมเมิร์ซเติบโตก้าวกระโดด สวนทาง ศก.ช่วงโควิด แนะภาคธุรกิจปรับตัว

16.11.21 | 14:00 น.

จีเอส วัน ไทยแลนด์ จัดประชุม หัวข้อ เมื่อโลกเปลี่ยน เราปรับ Stay at Home Economy ให้ภาคธุรกิจปรับตัว และเตรียมความพร้อม แข่งขันในเศรษฐกิจอนาคต

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือจีเอสวัน ไทยแลนด์ (GS1 Thailand) ว่าจีเอสวัน ไทยแลนด์ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ช่วยส่งเสริมการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีบาร์โค้ดมาตรฐานสากลจีเอสวันให้แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และโอกาสทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน เราปรับ Stay at Home Economy” ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด ส่งผลให้ธุรกิจหลายประเภทไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ และยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงส่งผลให้เกิดรูปแบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า Stay at Home Economy หรือระบบเศรษฐกิจการใช้จ่ายและการบริโภคภายในบ้าน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการจัดงานนี้

นายสุพันธุ์กล่าวว่า การเกิดขึ้นของรูปแบบเศรษฐกิจ Stay at Home Economy ได้ส่งผลทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา สวนทางกับเศรษฐกิจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และคาดว่าจะยังเติบโตได้อีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรฐานจีเอสวันเองก็ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไม่เพียงแต่สินค้าในรูปแบบทางกายภาพที่ทำการซื้อขายผ่านช่องทางออฟไลน์เท่านั้นที่จะต้องมีรหัสบาร์โค้ด สินค้าในรูปแบบดิจิทัลที่ทำการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซก็จำเป็นที่จะต้องมีรหัสบาร์โค้ดด้วย เนื่องจากรหัสบาร์โค้ดจะช่วยให้สินค้าออนไลน์นั้นมีรหัสบ่งชี้สินค้าที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ช่วยให้โปรแกรมค้นหาทำการค้นหารายการสินค้าได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้ถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายสุพันธุ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รหัสบาร์โค้ดจีเอสวันกำลังจะกลายเป็นข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับการแสดงรายการสินค้าที่ซื้อขายในตลาดออนไลน์เป็นเว็บไซต์ชั้นนำอย่างแอมะซอน อีเบย์ และกูเกิล ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตัว และเตรียมความพร้อมเพี่อให้สินค้าของผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดโลกทางกายภาพและรูปแบบดิจิทัล

“จะเห็นได้ว่าภายหลังสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 รูปแบบการใช้ชีวิต พฤติกรรม และทัศนคติในการดำรงชีวิตของผู้คนทั่วโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดรับเทคโนโลยี บริการดิจิทัลใหม่ๆ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย นำไปสู่เทรนด์การใช้ชีวิตแบบ Next Normal หรือชีวิตวิถีถัดไป ที่จะเริ่มขยายตัวในวงกว้าง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตและระบบเศรษฐกิจในอนาคต

“ดังนั้นแล้ว หากย้อนกลับมามองโลกของการทำธุรกิจที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการและองค์กรที่พร้อมรับมือกับภาวะความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอด และทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์จึงจำเป็นที่จะต้องเริ่มขยับ ปรับตัว และเรียนรู้ใหม่ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้อย่างยั่งยืน” นายสุพันธุ์กล่าว

Advertisement