หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหาฯหืดจับ...

อสังหาฯหืดจับเปิดใหม่ติดลบ 10% กลุ่มล่างแป้กลูกค้ายกเลิก-ทิ้งโอนเพียบ

30.09.16 | 20:49 น.

อสังหาฯหืดจับคาดปีนี้เปิดใหม่ติดลบ 10% แม้ปลายปีจะเร่งเปิดอีก 1.5 แสนล้าน ส่วนยอดขายน่าจะดีกว่าปีก่อนเล็กน้อย ชี้กลุ่มกลางบนแข่งดุ แต่ตลาดล่างหงอยยกเลิก-ทิ้งโอนตึม


นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑลในช่วงที่เหลือปี 2559 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะรายใหญ่และรายกลาง จะมีการเปิดโครงการใหม่คึกคักมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐที่ทยอยออกมา ทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ การตัดถนนสายใหม่ รวมทั้งภาครัฐเตรียมจะนำที่ดินออกมาประมูล ทำให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ในการพัฒนาโครงการเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดต่างจังหวัดยังมีปัญหาเรื่องกำลังซื้อ และมีสต๊อกรอขายอยู่ส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่

นายอธิปกล่าวว่า ปีนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นไม่มากนัก เพราะกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะบังคับใช้ในปี 2560 ทำให้มีแลนลอร์ดนำที่ดินออกมาขายมากขึ้น โดยคอนโดมิเนียมปรับขึ้นประมาณ 3% บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ปรับขึ้น 2% ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัว 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคอนโดมิเนียมขยายตัวกว่า 64% บ้านจัดสรรติดลบ 28% และทาวน์เฮาส์ติดลบ 11%

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการจะเน้นการเปิดโครงการใหม่เป็นหลักเพื่อกระตุ้นยอดขายในปีนี้ และจะช่วยกระตุ้นตลาดต่อเนื่องไปกลุ่มวัสดุก่อสร้างและรับเหมา ทำให้มีเงินหมุนเข้าในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น โดยการเปิดโครงการใหม่เดือนกรกฎาคมไม่มากนัก แต่เริ่มสัญญาณที่ดีชัดเจนขึ้น ในช่วงเดือนสิงหาคมมีการเปิดโครงการมูลค่ารวมกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท เป็นยอดสูงที่สุดตั้งแต่ต้นปี

Advertisement

คาดว่าช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ ตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีโครงการเปิดใหม่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.00-1.50 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน

?มูลค่าการเปิดโครงการใหม่ปีนี้จะติดลบประมาณ 10% หรืออยู่ที่ 3.50-4.00 แสนล้านบาท จากปี 2558 ที่มีมูลค่าเปิดโครงการสูงที่สุดที่ 4.12 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตราว 0-5% หรือมูลค่าราว 3.55 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่ราว 3.50 แสนล้านบาท โดยกำลังซื้อในตลาดกลาง-บนยังมีอยู่มากทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและเพื่อลงทุน เนื่องจากได้ผลตอบแทนดีกว่าการออม ส่วนตลาดล่างราคา 1-2 ล้าน กำลังซื้อยังชะลอตัว และพบว่าลูกค้าบางส่วนซื้อแล้วยกเลิก ซื้อแล้วก็ไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ ต้องนำมาขายใหม่? นายประเสริฐกล่าว

นางสาวพจมาน วรกิจโภคาทร ผู้อำนวยการด้านการตลาดและงานขาย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกับศักยภาพโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จากรัฐบาล ส่วนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 มีโครงการเปิดใหม่ประมาณ 22,152 ยูนิต ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ขณะที่คอนโดมิเนียมสะสมในกรุงเทพฯ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 มีจำนวนรวม 406,305 ยูนิต เพิ่มขึ้น 5.8% จากสิ้นปี 2558 มียอดขายแล้ว 326,871 ยูนิต เหลือขายอีก 79,434 ยูนิต จำนวนกว่า 53,220 ยูนิต อยู่ในพื้นที่เขตติวานนท์ และเขตรัตนาธิเบศร์