หน้าแรก เศรษฐกิจ ศูนย์ข้อมูลอส...

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผย หลังปลดล็อคแอลทีวี-เปิดประเทศ คาดตลาดอสังหาฯเริ่มฟื้นตัว

17.11.21 | 15:06 น.

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผย หลังปลดล็อคแอลทีวี-เปิดประเทศ คาดตลาดอสังหาฯไตรมาส 4/64 – ปี 65 เริ่มฟื้นตัว แนะรัฐ ขยายมาตรการลดหย่อนการโอน ที่อยู่อาศัย อีก 1 ปี พร้อมขยายเพดาน เป็น ไม่เกิน 5 ล้านบาท กระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ


นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจากเครื่องชี้วัดภาวะภาคอสังหาฯ ในช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2564) ถือเป็นจุดต่ำสุดของตลาดที่อยู่อาศัยในไทย โดยพบว่าการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ เหลือเฉลี่ยเดือนละ 1,400 หน่วย ลดลงถึง 5,600 หน่วย และการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเหลือเฉลี่ยเดือนละ 20,000 หน่วย ลดลง 10,000 หน่วย

และหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีประกาศผ่อนคลายมาตรการ แอลทีวี ชั่วคราว รวมถึงนโยบายในการเปิดประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภารัฐ นั้นจะส่งผลเชิงบวกต่อการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้ศูนย์ข้อมูลได้ปรับสมมติฐานในการคาดการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ 4 ปี2564 ใหม่ โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 20,050 หน่วย เพิ่มขึ้น 39.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 63 ขณะที่การโอนกรรมสิทธ์เพิ่มขึ้นเป็น 95,221 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.2% โดยเป็นมูลค่า 262,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1%

และคาดว่า จะส่งผลให้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในไทยปี 2564 ดีขึ้นจากคาดการณ์เดิม ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งปีอยู่ที่ 81,119 หน่วย เพิ่มขึ้นเป็น 83,686 หน่วย แต่ลดลง12.9% จากปี 63 และการโอนกรรมสิทธิ์จากเดิมคาดว่าทั้งปี 64 อยู่ที่ 270,151 หน่วย เพิ่มขึ้นเป็น 281,025 หน่วย แต่ยังลดลง 21.7% จาก ปี 63 ขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายในปี 64 จะอยู่ที่ 278,236 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,196,563 ล้านบาท จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเหลือขายอยู่ที่ 292,800 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,259,540 ล้านบาท

Advertisement

ส่วนการคาดการณ์ ปี 2565 การออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ 89,496 ราย การโอนกรรมสิทธิที่อยู่อาศัย 324,221 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 879,886 ล้านบาท การปล่อยสินเชื่อบุคคลใหม่ 669,844 ล้านบาท สินเชื่อบุคคลคงค้าง 4.63 ล้านบาท การเปิดตัวโครงการใหม่ 118,462 หน่วย มูลค่า 495,822 ล้านบาท ที่อยู่อาศัยเหลือขาย 264,411 หน่วย มูลค่า 1.11 ล้านบาท ส่วนการขายได้ใหม่ 127,552 หน่วย มูลค่า 519,742 ล้านบาท

ย่างไรก็ตามในปี 2565 ยังมีปัจจัยเสี่ยง ในเรื่องของการขาดแคลนแรงงานต่างชาติ ซึ่งขณะนี้จำนวนแรงงานต่างชาติหายไปจากระบบประมาณ 50% ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 30% – 40% ซึ่งกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นราคาขายที่อยู่อาศัยในปี 2565 จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ แต่จะเห็นการทำโปรโมชั่นและของแถมต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นอีกต้นทุนหนึ่งของประกอบการ ดังนั้นช่วงปี 2564 จึงยังเป็นโอกาสดีของผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง นอกจากนี้ ยังได้ปรับคาดการณ์ว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาปกติ เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2566 จากเดิมที่เคยคาดไว้ภายในปี 2568-2570

รวมถึงต้องการเสนอให้รัฐบาลพิจาณาขยายมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอน และจดทะเบียนจำนองเหลือ 0.01% สำหรับกรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่ ราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่จะสิ้นสุดภายในสิ้นปี 2564 นั้น ให้ต่อเนื่องถึงปี 2565 และทำการปรับเพดานราคาซื้อ เป็นอย่างน้อยไม่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมบ้านที่มีอยู่ 80%เพื่อช่วยกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯในปี2565 โดยคาดว่าสถานการณ์ที่อยู่อาศัย