หน้าแรก เศรษฐกิจ สหพันธ์ขนส่งฯ...

สหพันธ์ขนส่งฯ นัดคุย ก.พลังงาน 22 พ.ย.นี้ ทหารจัดรถบรรทุก 3.7 พันคันรอวิ่งแทน

19.11.21 | 09:31 น.

สหพันธ์ขนส่งฯ นัดคุย ก.พลังงาน 22 พ.ย.นี้ ทหารจัดรถบรรทุก 3.7 พันคันรอวิ่งแทน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการพลังงาน ได้เชิญทางสหพันธ์ฯ เข้าประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาสภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และเรื่องแนวทางการจัดการพลังงานทดแทนภาคขนส่งในอนาคต อีกทั้งยังได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันร่วมกับตัวแทนของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้เรียกทางสหพันธ์ฯ เข้าพบเพื่อหารือถึงปัญหาดังกล่าวอีกด้วย


“ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าทางภาครัฐจะช่วยเหลือ หรือจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของทางสหพันธ์ฯ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการเจรจาในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้” นายอภิชาติ กล่าว

นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการยกระดับกิจกรรม ถึงแม้ว่าภาครัฐได้เรียกทางสหพันธ์ฯ เข้าไปหารือในเบื้องต้นแล้ว แต่ในเมื่อยังไม่มีข้อสรุป สหพันธ์ฯ ก็ยังคงการยกกิจกรรมเดิมที่กำหนดไว้ก่อน คือ หากรัฐบาลยังเพิกเฉยจะพิจารณายกระดับให้สมาชิกสหพันธ์ฯทั่วประเทศ เติมน้ำมันรถบรรทุก 20 ลิตร/คัน และเดินหน้าวิ่งไปตามทางหากน้ำมันหมดที่ใดก็จอดทิ้งไว้ที่นั่น รวมถึงจะประกาศขึ้นราคาขนส่งสินค้าอีก 10% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ต่อไป

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกบางส่วน เรียกร้องรัฐบาลเรื่องราคาน้ำมัน และระบุว่าจะหยุดการเดินรถขนส่งสินค้าในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้เตรียมระบบขนส่งรองรับการหยุดเดินรถ และให้เหล่าทัพเตรียมการสนับสนุนรถยนต์ทหารเข้าช่วยในการขนส่งอีกทางหนึ่งนั้น

Advertisement

ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก, กรมการขนส่งทหารบก, กองทัพภาค และหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวบรวมศักยภาพด้านการขนส่งและเตรียมข้อมูลยานยนต์ทางทหาร ที่สามารถนำมาใช้ในการขนส่งสินค้ารองรับ ในขั้นต้นกองทัพบกมีรถยนต์ทหารที่เหมาะสมกับภารกิจด้านการขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน แยกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรทุก 1, 4 และ 8 ตันตามลำดับ

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ได้แจ้งให้หน่วยทหารดำเนินการตรวจสภาพยานยนต์และพลขับรวมทั้งส่วนสนับสนุนต่างๆ เพื่อให้เกิดความพร้อม ส่วนการปฎิบัติงานจริงคงต้องรอสั่งการจากทางรัฐบาลในลำดับต่อไป อย่างไรก็ตามกองทัพบกยินดีให้การสนับสนุน เมื่อรัฐบาลมอบหมาย ทั้งนี้เพื่อให้การบริการด้านการขนส่งสินค้าในภาพรวมของประเทศเป็นไปตามระบบ ประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งเป็นการนำเอาศักยภาพ และยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก มาใช้ประโยชน์ในการสนับสนุน และช่วยแก้ไขปัญหาของส่วนรวมด้วย