“สภาองค์กรของผู้บริโภค” ค้านควบกิจการ “ทรู-ดีแทค” เล็งยื่นตรวจสอบหน่วยงานเกี่ยวข้อง
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) เปิดเผยถึงกรณีเครือเจริญโภคภัณฑ์(เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศควบรวมกิจการทรูและดีแทค ว่า หากมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นจริงจะทำให้มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือรวมกันมากถึง 51.3 ล้านเลขหมาย สอบ. ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะทำให้การกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคอาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอและทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการด้านโทรคมนาคมได้น้อยลง สุดท้ายหากไม่มีการแข่งขันและไม่มีแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดการแข่งขันกันจะทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคแน่นอน
น.ส.สารี กล่าวว่า ทั้งนี้ สอบ. เตรียมยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านโทรคมนาคมด้วยว่ากรณีควบรวมนี้สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งรายละเอียดในหนังสือนี้จะเป็นการแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคโดยตรง และตระหนกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญต่อผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมยืนยันจะรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันจะยื่นหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ด้วย ซึ่งหากยังไม่มีความคืบหน้าจะยื่นเรื่องถึงคณะรัฐมนตรีต่อไป
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า หากข้อตกลงระหว่างเทเลนอร์กับซีพีได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล สามารถตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ได้ กิจการภายใต้บริษัทดังกล่าวจะมีส่วนแบ่งในตลาดโทรคมนาคมไทยถึง 52% จึงขอสอบถามไปยังคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากมีส่วนแบ่งเกินครึ่งหนึ่งของตลาด
นางสาวพวงทอง ว่องไว คณะอนุกรรมการสื่อและโทรคมนาคม ของ สอบ. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยเช่นกัน กรณีหากเกิดการควบรวมจริงจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างชัดเจนและทำให้การแข่งขันในตลาดเกิดขึ้นน้อยมาก โดยปัจจุบันเหลือเพียงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพียง 1-2 ค่ายหลัก ทำให้ผู้บริโภคไม่ค่อยมีทางเลือกในการขอใช้บริการ ดังนั้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับผู้บริโภค
นางสาวชลดา บุญเกษม อนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ สอบ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีค่ายมือถือ 3 ค่ายหลักที่แข่งขันกัน ทั้งด้านการพัฒนาบริการ การขยายพื้นที่การบริการ และการแข่งขันราคา หากมีการควบรวมแม้จะเป็นในระดับผู้ถือหุ้น อาจทำให้สัดส่วนการแข่งขันในตลาดเปลี่ยน จากที่เคยมี 3 เจ้าเหลือเพียง 2 เจ้า กระทบต่อผู้บริโภคแน่นอน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่อาจจะถูกเปิดเผยมากขึ้น

