หน้าแรก เศรษฐกิจ มิ่งสรรพ์ ขาว...

มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด : โควิด-19 ประเทศไทยเสียหาย สูงสุดในอาเซียน

26.11.21 | 12:00 น.

โควิด-19 ประเทศไทยเสียหาย สูงสุดในอาเซียน โดย มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอันเนื่องมาจากโควิด-19 นับว่ารุนแรงมากเพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องงดการติดต่อและการเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ ต้องงดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนในสังคม ดังนั้น ประเทศที่เปิดต่อการค้า การลงทุน การเดินทางและท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากอย่างประเทศไทยจึงเกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นครั้งแรกที่พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาเศรษฐกิจท่องเที่ยวสูงที่สุดในโลกทั้งในด้านสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของประเทศไทย (GDP) ที่พึ่งการท่องเที่ยวถึงประมาณร้อยละ 20 และเมื่อพิจารณารายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด รายได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศก็มีสัดส่วนถึงกว่า 2 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด GDP หดตัวลงถึงร้อยละ 6.1 ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในปี 2563

แต่ในอีกด้านหนึ่งโควิด-19 กลับผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้หมุนแรงและเร็วขึ้น มาตรการรักษาระยะห่าง (Social distancing) ทำให้การพาณิชย์และการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce และ Digital banking) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การออกมาตรการผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (G-Wallets)คือแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สร้างความตื่นตัวให้ประชาชนระดับรากหญ้าใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง และทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น มาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) เรียนออนไลน์ ปรับเปลี่ยนชีวิตของคนไทยอย่างมหาศาล เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภค อุตสาหกรรม การค้า การบริการก็ต้องเปลี่ยน ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตใน 5 ปีข้างหน้าของไทยจากโควิด-19 มีทั้งแง่บวกและลบ ในแง่ลบก็คือ เศรษฐกิจที่ตกต่ำลงอาจมีผลต่องบประมาณของรัฐในด้านวิจัย พัฒนา และการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาอาชีพของครัวเรือนอาจตกต่ำลง ในแง่บวกนั้น โควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาในหลายๆ ด้าน เช่น เทคโนโลยีการแพทย์ การขนส่งผ่านระบบออนไลน์ การทำงานระยะไกล ซึ่งอาจจะส่งผลดีในด้านการปรับโครงสร้างและผลิตภาพในระยะยาว (ทีดีอาร์ไอ, 2564)

กรีดซ้ำความเหลื่อมล้ำ ผลกระทบต่อสังคมที่รุนแรงของโควิด-19 คือ การตอกย้ำลงไปในโครงสร้างความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่เดิม เช่น ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งทำให้ผู้เปราะบางบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ และสถานการณ์นี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อรัฐใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาให้ความช่วยเหลือในระยะแรกเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและรวดเร็ว แต่ยิ่งทำให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเหล่านี้หลุดไปจากเครือข่ายการรับความช่วยเหลือ หรือนโยบายที่ให้โรงเรียนทั้งประเทศเรียนออนไลน์ ในขณะที่นักเรียนจำนวนมากหรือส่วนใหญ่ในประเทศไทยขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้สามารถเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิผล หรือปัญหาของประชาชนบางกลุ่มซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบการประกันสังคมของรัฐ รวมทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ และเงินเยียวยาของรัฐได้

การแพร่กระจายของความรู้สึกของสาธารณชนในโซเชียลมีเดียในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงแรงต่อต้านที่มีต่อผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย ซึ่งสังคมมองว่าอยู่เบื้องหลังการดำรงอยู่ของบ่อนประเภทต่างๆ และซ่องชั้นสูง ซึ่งสามารถดำเนินการ โดยไม่มีใบอนุญาต ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครที่ได้กลายเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบที่ 3 โซเชียลมีเดียได้ช่วยกระจายและเผยให้เห็นถึงการได้รับวัคซีนของหญิงบริการก่อนบุคลากรทางการแพทย์จะได้รับวัคซีน การไปนั่งเข้าคิวรอฉีดวัคซีนกันอย่างแน่นขนัดตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง รวมทั้งได้เห็นผู้ติดโควิด-19 ที่ไม่สามารถหาโรงพยาบาลมาดูแลในช่วงที่สถานการณ์ฉุกเฉินจนระบบสาธารณสุขท้องถิ่นรับมือไม่ได้ ทำให้เกิดมีคำถามมากมายต่อธรรมาภิบาลของรัฐและสงสัยว่าทำไมคนไทยจึงมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะมีโอกาสมีชีวิตรอดไม่เท่ากัน

แรงงานคืนถิ่น ผลกระทบของโควิด-19 ก็มิได้เป็นลบไปเสียทั้งหมด การรวบรวมข้อมูล Mobile big data การย้ายถิ่นกลับในช่วงการระบาดในรอบที่ 1 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2563 พบว่า มีการย้ายเข้าออกสุทธิถึง 2 ล้านคน ผู้ย้ายถิ่นอยู่ในวัยแรงงานเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80) เป็นผู้มีรายได้น้อย (วัดจากใบเสร็จค่าโทรศัพท์ต่ำกว่า 100 บาท/ เดือน) ส่วนใหญ่ย้ายออกจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยวหลัก แรงงานคืนถิ่นอาจเป็นคำตอบของการสร้างทางเลือกใหม่ทางการผลิตเกษตร หากคนกลุ่มนี้ยินดีใช้ความรู้และประสบการณ์ในเมืองใหญ่มาประยุกต์ใช้และปรับปรุงภาคเกษตรให้มีผลิตภาพดีขึ้น (วริศ ทัศนสุนทรวงศ์ และเสาวณี จันทะพงษ์, 2564)

Advertisement

การอพยพข้ามแดนระลอกใหม่ ผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การอพยพย้ายถิ่นของประชากรจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหนีโรคระบาด หรือแม้แต่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศที่ยังมีโรคระบาดอาจกลับบ้านในช่วงเปิดประเทศ ซึ่งหากควบคุมให้อยู่ในสถานกักกันไม่สำเร็จอาจนำพาเชื้อโรคที่กลายพันธุ์เข้ามาและทำให้เกิดภาระในการควบคุมหนักขึ้นกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันโควิด-19 ทำให้เห็นว่าชีวิตเราทุกคนเกี่ยวข้องกัน ชาวต่างชาติและแรงงานต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย การได้รับการดูแลเฉกเช่นคนไทย ความรู้สึกเช่นนี้ในระยะยาวอาจทำให้สังคมไทยเป็นสังคมเปิดที่เปิดรับพหุวัฒนธรรมมากขึ้น

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 การมีวิสัยทัศน์ การมีความสามารถเชิงกลยุทธ์ ความเป็นผู้นำและความมีประสิทธิภาพ ตัดสินความเป็นตายของมนุษย์ ความเป็นตายของคนไทยในช่วงเวลาอันวิกฤต รวมทั้งอนาคตไทยหลังโควิด-19 นี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารของผู้นำ คนไทยทุกคนจึงควรจดจำความสำเร็จหรือความล้มเหลวไว้ใช้ตัดสินใจในการเลือกตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป!