แบงก์ชาติจับตา “โอไมครอน” มั่นใจหลายประเทศรับมือได้ คงจีดีพีปีนี้โต 0.7%

แบงก์ชาติจับตา “โอไมครอน” มั่นใจหลายประเทศรับมือได้ คงจีดีพีปีนี้โต 0.7%

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นในหลายหมวดสินค้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และปัญหาภาวะอุปทานชะงักงัน (supply distruption) ที่ทยอยคลี่คลาย ทั้งนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนลดลงบ้างหลังจากเร่งไปในเดือนก่อน

ภาพของ เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ยังไม่ชัดเจนมากนัก ต้องดูพัฒนาการของเชื้อไวรัส ว่ามีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งทาง ธปท. ก็ได้จับตาดู รอความชัดเจนจากองค์การอนามัยโลกใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อจะมีการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตามในหลายประเทศมีการออกมาตรการป้องกันรับมือได้อย่างรวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า เป็นสัญญาณที่ดีว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้น ก็จะมีการเข้าไปดูแลอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนก็ได้ออกข่าวการพัฒนาวัคซีน เพื่อให้รับมือสายพันธุ์ใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในการประชุมคณะกรรมการ กนง. ครั้งหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทาง ธปท. ได้ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือกับประชาชนมาตลอดตั้งแต่เกิดการระบาดครั้งแรก แล้วได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับการคงอยู่ของโรคโควิด ทำอย่างไรให้ช่วยได้ตรงจุดและตรงปัญหา เพราะทรัพยากรมีจำกัด อย่างมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ไปจนถึงมาตรการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อให้ลูกหนี้สามารถปรับตัวได้ในระยะยาว

“ประเมินจีดีพีไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามคาดการณ์อยู่ที่ 0.7% เมื่อพิจารณาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ จะยังไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ หากจะมีผลจริงจะอยู่ในช่วงต้นปี 2565” นางสาวชญาวดี กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon